ค่ายรถดีเซลวิ่งฝุ่นตลบ เลื่อนมาตรฐานไอเสียยูโร 5

ตามที่กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เสนอให้รัฐบาลขยับมาตรฐานไอเสียรถยนต์ใหม่ จากเดิมรถยนต์ที่ขายตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป ต้องผ่านมาตรฐานระดับยูโร 5 และปี พ.ศ. 2565 เป็นยูโร 6 (โดยไม่แบ่งว่าเป็นกลุ่มรถเล็ก คือ เก๋ง ปิกอัพ หรือรถใหญ่ คือ รถบรรทุก) ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นประเด็นที่กระทรวงอุตสาหกรรม ผลักดันให้บังคับใช้เร็วขึ้น หวังช่วยลดมลพิษ และฝุ่นพิษ PM2.5

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ อาศัยความเดือดร้อนในช่วงโควิด-19 และอ้างความพร้อมของมาตรฐานนํ้ามัน เพื่อขอความเห็นใจรัฐบาล ผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่มี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นั่งเป็นประธาน

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ เสนอให้พิจารณาข้อบังคับดังกล่าวใหม่ และขอให้เลื่อนมาตรฐานรถยนต์ยูโร 5 ไปเป็นปี 2568 และ ยูโร 6 ปี เป็นปี 2571 ขณะที่รถใหญ่​ (รถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไป) ขอเป็นยูโร 5 ปี​ 2569 และ ยูโร 6 ปี 2574

ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มีความเห็นในวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า ให้เลื่อนมาตรฐานไอเสียรถยนต์ ยูโร 5 ยูโร 6 ออกไป แต่ไม่ขยับระยะเวลาไปไกลตามที่กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ร้องขอ โดยยึดหลักตามมติ ครม.เดิม คือ ไม่แบ่งแยกรถเล็ก-รถใหญ่ และการขยับมาตรฐานจาก ยูโร 5 ไปเป็นยูโร 6 ยังคงห่างกัน 1 ปี

ในที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เห็นชอบให้รถยนต์มาตรฐาน ยูโร 5 เลื่อนออกไปเป็น ปี 2567 (เดิม พ.ศ. 2564) และ ยูโร 6 เป็นปี 2568 (เดิม พ.ศ. 2565) หรือขยับช้าออกไปอีก 3 ปี ส่วนมาตรฐานนํ้ามันยูโร 5 ยังคงเดิมที่ 1 มกราคม 2567 ซึ่งหลังจากนี้ต้องรอมติ อย่างเป็นทางการ(มีหนังสือเวียน) จากนั้นจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ประเด็นมาตรฐานรถยนต์ยูโร5 และ ยูโร 6 เริ่มพูดคุยมาตั้งแต่ปี 2558 และพอเจอปัญหา PM 2.5 ก็ถูกหยิบยกมาผลักดันให้มีความชัดเจน เสนอโดยกระทรวงอุตสาหกรรม และคุยในรายละเอียดกับบรรดาค่ายรถยนต์จบปลายปี 2562 จนออกมาเป็นมติครม.มีผลบังคับใช้ ยูโร 5 ในปี 2564 และ ยูโร 6 ในปี 2565 แต่ปีนี้มีบางค่ายรถยนต์พยายามเลื่อนมาตรฐานไอเสียนี้ออกไปอีก

ที่มา https://www.thansettakij.com/content/motor/444399

Related links

แรงงาน 7.5 แสนคนระส่ำ อุตสาหกรรมยานยนต์ซมพิษโควิด-19 ปลดคนระนาว

อุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งค่ายรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ระส่ำพิษโควิด-19 ต้องทยอยปลดแรงงานในระบบที่มีกว่า 7.5 แสนคน ล่าสุดค่ายฟอร์ดและมาสด้าลดคนหันไปใช้เอาต์ซอร์สแทน ขณะที่ค่ายมิตซูบิชิเปิดโครงการสมัครใจออก ด้านนิสสันไม่ต่อสัญญากับพนักงานสัญญาจ้าง 300 คน ขณะที่ยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือน เม.ย.ทรุดตัวลงหนัก ทำยอดขายได้เพียง 33,300 คัน ตกต่ำสุดในรอบ 10 ปี ชงมาตรการรัฐช่วย

ที่มา thairat

Related links

อุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่นให้คำมั่นดูแลแรงงานทั่วโลก ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19

นายอากิโอะ โตโยดะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโตโยต้า ประกาศในวันนี้ว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ของญี่ปุ่นจะกำหนดแนวทางในการดูแลแรงงานทั่วโลก ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19

นายโตโยดะกล่าวในฐานะหัวหน้าสมาคมผู้ผลิตยานยนต์ญี่ปุ่นว่า เขารู้สึกวิตกกังวลว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะเสียหาย ก่อนที่โลกจะเอาชนะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้

“หากโรงพยาบาลมีผู้ป่วยล้นมือจนไม่สามารถดูแลไหว ญี่ปุ่นก็อาจไม่สามารถฟื้นตัวได้” นายโตโยดะกล่าว
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นอย่างโตโยต้า นิสสัน และฮอนด้า รวมถึงผู้ผลิตอะไหล่รถยนต์รายอื่น ๆ จะก่อตั้งกองทุนพิเศษเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ตกงานให้มีงานทำ

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq29/3114040

Related links

สมอ.เตรียมประกาศมาตรฐาน“รถยนต์ไฟฟ้า” เริ่ม มี.ค.นี้

กมอ.เห็นชอบมาตรฐานรถยนต์ไฟฟ้า คาดประกาศใช้ มี.ค.63 ด้าน สมอ.มีแผนกำหนดมาตรฐานยานยนต์สมัยใหม่อีก 40 มาตรฐาน สนองนโยบายรัฐขับเคลื่นอุตสหกรรมรถยนต์

นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(กมอ.) เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2563 ที่ผ่านมาว่า กมอ. เห็นชอบร่างมาตรฐานรถยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่สี่ล้อขึ้นไปสำหรับขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้า มอก.3026-25XX ที่ สมอ. เสนอเข้าที่ประชุม เนื่องจากมีแนวโน้มที่ผู้ผลิตรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน จะเปลี่ยนมาผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่อาศัยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเก็บสะสมอยู่ในแบตเตอรี่มากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลได้มีนโยบายในการส่งเสริมการผลิตและการใช้รถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ

โดยกำหนดแนวทางการพัฒนาให้มีการผลักดันการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งระบบไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือพลังงานทางเลือกอื่นๆ เพื่อลดปริมาณการใช้พลังงานน้ำมัน และลดผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม คาดว่ามาตรฐานดังกล่าวจะประกาศใช้ได้ภายในเดือนมี.ค.ปีนี้

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/867704?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=economic

Related links

รมว.แรงงาน สั่งคุ้มครองสิทธิลูกจ้าง GM ตาม กม.เตรียมตำแหน่งงานว่างด้านอุตสาหกรรมยานยนต์รองรับ

นายจักษ์ พันธ์ชูเพชร ที่ปรึกษา รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน มีความห่วงใยลูกจ้างกรณีบริษัท เจนเนอรัลมอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด (จีเอ็ม) ที่จะยุติการจำหน่ายรถยนต์เชฟโรเลตในประเทศไทยภายในสิ้นปี 63 โดยเกรทวอล มอเตอร์ส จะซื้อศูนย์การผลิตรถยนต์และเครื่องยนต์ของจีเอ็มประเทศไทยในจังหวัดระยอง ม.ร.ว.จัตุมงคล จึงมอบหมายให้กรมการจัดหางาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้การช่วยเหลือลูกจ้างให้ได้รับสิทธิประโยชน์คุ้มครองตามกฎหมาย

จากการตรวจสอบของสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยอง พบว่า บริษัท เจนเนอรัลมอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด มีลูกจ้างประมาณ 1,100 คน และบริษัท เจนเนอรัลมอเตอร์ส เพาเวอร์เทรน (ประเทศไทย) จำกัด มีลูกจ้างประมาณ 400 คน รวมทั้ง 2 บริษัทมีลูกจ้างประมาณ 1,500 คน

บริษัททั้ง 2 ได้เลิกจ้างลูกจ้างทั้งหมดประมาณ 1,500 คน (ปัจจุบันไม่มีลูกจ้างรับเหมาค่าแรง) โดยมีแผนกำหนดการเลิกจ้างในเบื้องต้น จะเลิกจ้างลูกจ้างในส่วนของการผลิตชิ้นส่วน ปลายเดือน มิ.ย.63 เลิกจ้างลูกจ้างในส่วนของเครื่องยนต์ปลายเดือน ต.ค.63 และเลิกจ้างลูกจ้างในส่วนของงานสนันสนุนในปลายปี 63

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq03/3096345

Related links

MOTOR EXPO INTERNATIONAL PAVILION เดินหน้าต่อยอดธุรกิจ B2B

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” จัดงาน MOTOR EXPO INTERNATIONAL PAVILION เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการต่างประเทศ หาพันธมิตรคู่ค้าในไทย เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์

ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงานควบคุมงานด้านการบริหารงานทั่วไป งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” เปิดเผยว่า หลังจากงาน “มหกรรมยานยนต์” ประสบความสำเร็จมากว่า 3 ทศวรรษ ในฐานะสื่อกลางระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค (B TO C : BUSINESS TO CONSUMER) และได้ต่อยอดความสำเร็จสู่การจัดงานแบบธุรกิจต่อธุรกิจ (B TO B : BUSINESS TO BUSINESS) ตั้งแต่ปี 2559 ด้วยกิจกรรม MOTOR EXPO PROFESSIONAL SEMINAR งานสัมมนาแลกเปลี่ยนข้อมูลอุตสาหกรรมยานยนต์ และกิจกรรม MOTOR EXPO THAILAND PAVILION ส่งเสริมผู้ประกอบการไทย ไปร่วมแสดงสินค้าในต่างประเทศ

ปีนี้ภายในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” ระหว่างวันที่ 7-10 ธันวาคม ณ ชาลเลนเจอร์ 3 ได้จัดงาน MOTOR EXPO INTERNATIONAL PAVILION โดยเชิญผู้ประกอบการจากประเทศจีน อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ ร่วมจัดแสดงสินค้าเกี่ยวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อแสวงหาพันธมิตรทางธุรกิจในไทย ขณะเดียวกันผู้ประกอบการไทยก็มีโอกาสเลือกหาสินค้าจากผู้ประกอบการต่างประเทศ

ที่มา ryt9

Related links

เดือนกรกฎาคม 2562 ผลิตรถยนต์ 170,847 คัน ลดลงร้อยละ 6.7

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนกรกฎาคม 2562 ดังต่อไปนี้

การผลิตจำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนกรกฎาคม 2562 มีทั้งสิ้น 170,847 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 6.7 จากการผลิตรถยนต์นั่งและรถกระบะเพื่อส่งออกที่ลดลงร้อยละ 18.59, 11.42 ตามลำดับ และผลิตรถยนต์นั่งเพื่อจำหน่ายในประเทศที่ลดลงร้อยละ 6.45 และลดลงจากเดือนมิถุนายน 2562 ร้อยละ 1.17

จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,236,792 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 0.23

รถยนต์นั่ง เดือนกรกฎาคม 2562 ผลิตได้ 65,735 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 11.7
ยอดผลิตของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 มีจำนวน 494,326 คัน เท่ากับร้อยละ 39.97 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 2.98

รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตัน ขึ้นไป ในเดือนกรกฎาคม 2562 ผลิตได้ 16 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 69.23 รวมเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 ผลิตได้ 233 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 0.43

รถยนต์บรรทุก เดือนกรกฎาคม 2562 ผลิตได้ทั้งหมด 105,096 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 3.24 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 ผลิตได้ทั้งสิ้น 742,233 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 1.68

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกรกฎาคม 2562 ผลิตได้ทั้งหมด 102,074 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 3.5 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 ผลิตได้ทั้งสิ้น 724,136 คัน เท่ากับร้อยละ 58.55 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 1.81 โดยแบ่งเป็น

– รถกระบะบรรทุก 200,741 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 0.39
– รถกระบะดับเบิลแค็บ 431,694 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 6.81
– รถกระบะ PPV 91,701 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 14.41
รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน – มากกว่า 10 ตัน เดือนกรกฎาคม 2562 ผลิตได้ 3,022 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 6.33 รวมเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 ผลิตได้ 18,097 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 3.15

ผลิตเพื่อส่งออก
เดือนกรกฎาคม 2562 ผลิตได้ 83,000 คัน เท่ากับร้อยละ 48.58 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 13.81 ส่วนเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 640,494 คัน เท่ากับร้อยละ 51.79 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากปี 2561 ระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 4.19

รถยนต์นั่ง เดือนกรกฎาคม 2562 ผลิตเพื่อการส่งออก 26,210 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 18.59 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 220,107 คัน เท่ากับร้อยละ 44.53 ของยอดผลิตรถยนต์นั่ง ซึ่งลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 9.8

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกรกฎาคม 2562 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 56,790 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 11.42 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 420,387 คัน เท่ากับร้อยละ 58.05 ของยอดการผลิตรถกระบะ ลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 0.96 โดยแบ่งเป็น

– รถกระบะบรรทุก 48,418 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 8.01
– รถกระบะดับเบิลแค็บ 318,821 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 5.67
– รถกระบะ PPV 53,148 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 24.2
ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ
เดือนกรกฎาคม 2562 ผลิตได้ 87,847 คัน เท่ากับร้อยละ 51.42 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 1.19 และเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 ผลิตได้ 596,298 คัน เท่ากับร้อยละ 48.21 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 4.4

รถยนต์นั่ง เดือนกรกฎาคม 2562 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 39,525 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 6.45 ยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 ผลิตได้ 274,219 คัน เท่ากับร้อยละ 55.47 ของยอดการผลิตรถยนต์นั่ง โดยเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 แล้ว เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.3

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกรกฎาคม 2562 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 45,284 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 8.67 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 ผลิตได้ทั้งสิ้น 303,749 คัน เท่ากับร้อยละ 41.95 ของยอดการผลิตรถกระบะ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 5.91 ซึ่งแบ่งเป็น

– รถกระบะบรรทุก 152,323 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 3.4
– รถกระบะดับเบิลแค็บ 112,873 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 10.16
– รถกระบะ PPV 38,553 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 4.14
รถจักรยานยนต์ เดือนกรกฎาคม 2562 ผลิตรถจักรยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 197,221 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 5.42 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 156,055 คัน ลดลงจากปี 2561 ร้อยละ 9.35 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 41,166 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ร้อยละ 13.23

ยอดการผลิตรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,455,684 คัน ลดลงจากปี 2561 ร้อยละ 4.18 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 1,131,469 คัน ลดลงจากปี 2561 ร้อยละ 7.19 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 324,215 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ร้อยละ 8.07

ยอดขาย
ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนกรกฎาคม 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 81,044 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว ร้อยละ 1.1 ยอดขายภายในประเทศลดลง จากการเข้มงวดที่มากขึ้นในการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์ของสถาบันการเงิน และลดลงจากเดือนมิถุนายน 2562 ร้อยละ 5.8

ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 148,723 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 11 แต่ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2562 ร้อยละ 1.1
ตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 รถยนต์มียอดขาย 604,814 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ในระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 5.9 ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 1,042,569 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 2.4

การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป
เดือนกรกฎาคม 2562 ส่งออกได้ 82,151 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 8.87 โดยส่งออกลดลงเกือบทุกตลาด ยกเว้นตลาดตะวันออกกลาง และตลาดยุโรป มีมูลค่าการส่งออก 40,330.53 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 19.14

– เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,663.80 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 28.29
– ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 15,248.31 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 27.92
– อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,146.66 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 0.57
รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนกรกฎาคม 2562 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 60,389.30 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 21.47

เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 642,012 คัน โดยส่งออกลดลงจากปี 2561 ในระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 1.55 มีมูลค่าการส่งออก 325,534.73 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 4.47

– เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 19,228.50 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 14.54
– ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 112,242.51 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 11.2
– อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 14,231.66 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 15.59
รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 471,237.39 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 6.97

รถจักรยานยนต์
เดือนกรกฎาคม 2562 มีจำนวนส่งออก 73,202 คัน (รวม CBU + CKD) เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 7.18 โดยมีมูลค่า 5,605.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 6

– ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 232.57 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 7.92
– อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 154.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 2.28
รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์ เดือนกรกฎาคม 2562 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ 5,992.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 5.28

เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 รถจักรยานยนต์ มีจำนวนส่งออก 566,528 คัน (รวม CBU + CKD) เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ร้อยละ 9.42 โดยมีมูลค่า 41,871.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ร้อยละ 19.96

– ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 1,611.80 ล้านบาท ลดลงจากปี 2561 ร้อยละ 24.77
– อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 826.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ร้อยละ 2.17
รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 44,310 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 17.05

เดือนกรกฎาคม 2562 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 66,381.87 ล้านบาท ลดลงจากปี 2561 ร้อยละ 19.63

เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 515,547.40 ล้านบาท ลดลงจากปี 2561 ร้อยละ 5.3

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3031471

Related links

เดือนกรกฎาคม 2562 ผลิตรถยนต์ 170,847 คัน ลดลงร้อยละ 6.7

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนกรกฎาคม 2562 ดังต่อไปนี้

การผลิตจำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนกรกฎาคม 2562 มีทั้งสิ้น 170,847 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 6.7 จากการผลิตรถยนต์นั่งและรถกระบะเพื่อส่งออกที่ลดลงร้อยละ 18.59, 11.42 ตามลำดับ และผลิตรถยนต์นั่งเพื่อจำหน่ายในประเทศที่ลดลงร้อยละ 6.45 และลดลงจากเดือนมิถุนายน 2562 ร้อยละ 1.17

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3031471

Related links

วอลโว่ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมยานยนต์ สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ในงาน The Volvo Way: Freedom to Experience

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศ รายงานความสำเร็จผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2562 ด้วยยอดจำหน่ายรถยนต์ 1,079 คัน เพิ่มขึ้น 91% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา อีกสถิติหนึ่งคือยอดขายขององค์กรโดยธุรกิจ SME มีลูกค้าใหม่ของวอลโว่ 91% เพิ่มขึ้น 197% จากปี 2561

สำหรับรถยนต์รุ่นที่มียอดจำหน่ายมากและติดอันดับสูงสุดเรียงตามลำดับตั้งแต่คอมแพ็กต์เอสยูวีที่เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่อย่างรุ่น The New Volvo XC40 รองลงมาด้วยรถเอสยูวีขายดีที่สุดในยุโรป รุ่น The Volvo XC60 ซึ่งมีปริมาณการจำหน่ายเพิ่มขึ้น 66% จากปีที่ผ่านมา รถยนต์วอลโว่เอสยูวีระดับหรู 7 ที่นั่งรุ่น The Volvo XC90 จำหน่ายได้เพิ่มขึ้น 36% จากปีที่ผ่านมา และลักชัวรี่ซีดานรุ่น The Volvo S90 ยอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 16% จากปีที่ผ่านมา

มร.คริส เวลส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “วอลโว่ได้ขยายขอบเขตมาตรฐานความปลอดภัยและเทคโนโลยีเดิม ๆ ให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น โดยเราจะร่วมมือกับพันธมิตรคู่ค้าของเรา เพื่อนำเสนอแนวทาง Freedom to Move, Safe, Personal และ Sustainability แก่ลูกค้าทุกท่านตลอดไป

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3026456

Related links

โตเกียวมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ปี 2019 ก้าวข้ามอุตสาหกรรมยานยนต์

สมาคมอุตสาหกรรมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Automobile Manufacturers Association, Inc.: JAMA) เตรียมจัดงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ปี 2019 เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่ 24 ตุลาคม – 4 พฤศจิกายน 2562 ภายใต้ธีม OPEN FUTURE โดยมีบริษัทและองค์กรต่าง ๆ 186 * แห่งจาก 7 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมในงานจัดแสดงยานยนต์และอีเวนต์เอนเตอร์เทนเมนต์สุดตื่นเต้นเร้าใจครั้งนี้ เปิดโอกาสให้ผู้ชมงานได้สัมผัสกับโฉมหน้าใหม่ของนวัตกรรมยานยนต์ซึ่งจะสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกับประสบการณ์การใช้ชีวิตของผู้คนในอนาคตอันใกล้

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3021140

Related links