อุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่นให้คำมั่นดูแลแรงงานทั่วโลก ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19

นายอากิโอะ โตโยดะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโตโยต้า ประกาศในวันนี้ว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ของญี่ปุ่นจะกำหนดแนวทางในการดูแลแรงงานทั่วโลก ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19

นายโตโยดะกล่าวในฐานะหัวหน้าสมาคมผู้ผลิตยานยนต์ญี่ปุ่นว่า เขารู้สึกวิตกกังวลว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะเสียหาย ก่อนที่โลกจะเอาชนะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้

“หากโรงพยาบาลมีผู้ป่วยล้นมือจนไม่สามารถดูแลไหว ญี่ปุ่นก็อาจไม่สามารถฟื้นตัวได้” นายโตโยดะกล่าว
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นอย่างโตโยต้า นิสสัน และฮอนด้า รวมถึงผู้ผลิตอะไหล่รถยนต์รายอื่น ๆ จะก่อตั้งกองทุนพิเศษเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ตกงานให้มีงานทำ

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq29/3114040

Related links

เฟดหนุนซาอุฯ-รัสเซียจับมือลดกำลังการผลิต ชี้เป็นผลดีต่ออุตฯน้ำมัน

นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส กล่าวว่า การที่ซาอุดีอาระเบียและรัสเซียจะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน ถือเป็นข่าวดีสำหรับอุตสาหกรรมน้ำมันในระยะสั้น

อย่างไรก็ดี นายแคปแลนเตือนว่า ปริมาณน้ำมันส่วนเกินในตลาดจะยังคงสร้างปัญหาในระยะยาว

นอกจากนี้ นายแคปแลนยังคาดการณ์ว่า อัตราว่างงานในสหรัฐจะพุ่งขึ้นแตะ 15% ก่อนที่จะปรับตัวลงสู่ 8% ในช่วงปลายปี ขณะที่ความอ่อนแอของผู้บริโภคและภาคธุรกิจขนาดย่อม จะเป็นอุปสรรคต่อการปรับตัวลงของอัตราว่างงาน

ขณะเดียวกัน นายแคปแลนระบุว่า รัฐบาลสหรัฐยังมีความจำเป็นในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq30/3111690

Related links

ดิอาจิโอประกาศสนับสนุนแอลกอฮอล์สำหรับผลิตภัณฑ์ล้างมือกว่า 7 ล้านขวด แด่บุคลากรทางการแพทย์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาการระบาดของโควิด-19

ผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายใหญ่ เจ้าของแบรนด์จอห์นนี่ วอล์กเกอร์และสเมอร์นอฟ กับการรับมือในระดับโลกที่ไม่เคยมีมาก่อนในสหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา บราซิล เคนยา อินเดีย และออสเตรเลียการประกาศการสนับสนุนในครั้งนี้เพื่อปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานในแนวหน้าและเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนอุปกรณ์ที่จำเป็นการบริจาคแอลกอฮอล์ในครั้งนี้มากพอที่จะผลิตผลิตภัณฑ์ล้างมือมากกว่า 7 ล้านขวด

บริษัท ดิอาจิโอ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชั้นนำระดับโลก อาทิ แบรนด์จอห์นนี่ วอล์กเกอร์และสเมอร์นอฟ ประกาศบริจาคแอลกอฮอล์จำนวน 1.5 ล้านลิตรให้กับพันธมิตรเพื่อนำไปจัดทำผลิตภัณฑ์สำหรับล้างมือเป็นจำนวนมากกว่า 7 ล้านขวด เพื่อช่วยปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้าในการสู้รบกับโรคโควิด-19 ที่ระบาดไปทั่วโลก

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3108918

Related links

ประหยัด แรง แซงทีเดียวขาด! ส่องเทคโนโลยีใหม่ใน MERCEDES-BENZ

จุดจบของเครื่องยนต์สันดาปภายในยังคงอยู่อีกไกล ภายในปี 2025 รถยนต์ 25% ที่ขายทั่วโลกจะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า แต่ไม่ได้หมายความว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในจะต้องถึงกับการสูญสลายหายไปจากโลกใบนี้ รถยนต์จำนวนมากถึง 3 ใน 4 จะยังคงใช้น้ำมันเบนซินและดีเซล ส่วนที่เหลือก็จะใช้เชื้อเพลิงในรูปแบบอื่น ยุคของการเปลี่ยนแปลงในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์กลายเป็นเรื่องสำคัญในด้านการปรับสภาพแวดล้อมที่กำลังเสื่อมโทรม นานมาแล้วที่ครั้งหนึ่ง รถยนต์ของคุณพ่อหรือคุณลุงของเรา เคยเปลี่ยนจากคาร์บูเรเตอร์มาเป็นหัวฉีด ค่าย Mercedes-Beenz นอกจากจะมีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าออกมาขายอย่าง EQC แล้ว แบรนด์ตราดาวก็ยังค้นคว้าและวิจัยเครื่องยนต์สันดาปภายในทั้งเบนซินและดีเซลรุ่นใหม่ ไล่จาก V8 / 6 สูบเรียง / 4 สูบเรียง ทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อกับระบบไฮบริดจิ๋ว EQ Boost ขนาด 48 โวลต์ ซึ่งเข้ามาช่วยเสริมแรงบิดและแยกจ่ายกระแสไฟฟ้ากับแบตเตอรี่หลักเพื่อลดปัญหาสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าจากการที่มีระบบอิเล็กทรอนิกส์รุงรังมากกว่าเดิม 

ที่มา https://www.thairath.co.th/news/auto/news/1793153

Related links

วว. จับมือบริษัทไมน์ โมบิลิตี้ รีเสิร์ช จำกัด ผู้ผลิตรถไฟฟ้าสัญชาติไทย วิจัยพัฒนาการทดสอบ พัฒนามาตรฐานชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้า

ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นายสมโภชน์ อาหุนัย กรรมการบริษัทไมน์ โมบิลิตี้ รีเสิร์ช จำกัด ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ลงนามความร่วมมือบันทึกความเข้าใจการพัฒนาการทดสอบ การพัฒนามาตรฐาน ชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีกรอบระยะเวลา 3 ปี ซึ่ง วว. โดย ศูนย์ทดสอบมาตรฐานระบบขนส่งทางราง หรือ ศทร. จะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการขับเคลื่อนโครงการ โอกาสนี้ นายวิรัช จันทรา รองผู้ว่าการกลุ่มบริการอุตสาหกรรม ดร.บัณฑิต ฝั่งสินธุ์ ผู้อำนวยการ สำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม ดร.อาณัติ หาทรัพย์ ผู้อำนวยการ ศทร. วว. พร้อมทั้งผู้บริหาร พนักงาน ทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นเกียรติ ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ห้องประชุม กวท. อาคาร RD 1 วว. เทคโนธานี อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3100726

Related links

สมอ.เตรียมประกาศมาตรฐาน“รถยนต์ไฟฟ้า” เริ่ม มี.ค.นี้

กมอ.เห็นชอบมาตรฐานรถยนต์ไฟฟ้า คาดประกาศใช้ มี.ค.63 ด้าน สมอ.มีแผนกำหนดมาตรฐานยานยนต์สมัยใหม่อีก 40 มาตรฐาน สนองนโยบายรัฐขับเคลื่นอุตสหกรรมรถยนต์

นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(กมอ.) เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2563 ที่ผ่านมาว่า กมอ. เห็นชอบร่างมาตรฐานรถยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่สี่ล้อขึ้นไปสำหรับขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้า มอก.3026-25XX ที่ สมอ. เสนอเข้าที่ประชุม เนื่องจากมีแนวโน้มที่ผู้ผลิตรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน จะเปลี่ยนมาผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่อาศัยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเก็บสะสมอยู่ในแบตเตอรี่มากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลได้มีนโยบายในการส่งเสริมการผลิตและการใช้รถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ

โดยกำหนดแนวทางการพัฒนาให้มีการผลักดันการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งระบบไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือพลังงานทางเลือกอื่นๆ เพื่อลดปริมาณการใช้พลังงานน้ำมัน และลดผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม คาดว่ามาตรฐานดังกล่าวจะประกาศใช้ได้ภายในเดือนมี.ค.ปีนี้

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/867704?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=economic

Related links

รมว.แรงงาน สั่งคุ้มครองสิทธิลูกจ้าง GM ตาม กม.เตรียมตำแหน่งงานว่างด้านอุตสาหกรรมยานยนต์รองรับ

นายจักษ์ พันธ์ชูเพชร ที่ปรึกษา รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน มีความห่วงใยลูกจ้างกรณีบริษัท เจนเนอรัลมอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด (จีเอ็ม) ที่จะยุติการจำหน่ายรถยนต์เชฟโรเลตในประเทศไทยภายในสิ้นปี 63 โดยเกรทวอล มอเตอร์ส จะซื้อศูนย์การผลิตรถยนต์และเครื่องยนต์ของจีเอ็มประเทศไทยในจังหวัดระยอง ม.ร.ว.จัตุมงคล จึงมอบหมายให้กรมการจัดหางาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้การช่วยเหลือลูกจ้างให้ได้รับสิทธิประโยชน์คุ้มครองตามกฎหมาย

จากการตรวจสอบของสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยอง พบว่า บริษัท เจนเนอรัลมอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด มีลูกจ้างประมาณ 1,100 คน และบริษัท เจนเนอรัลมอเตอร์ส เพาเวอร์เทรน (ประเทศไทย) จำกัด มีลูกจ้างประมาณ 400 คน รวมทั้ง 2 บริษัทมีลูกจ้างประมาณ 1,500 คน

บริษัททั้ง 2 ได้เลิกจ้างลูกจ้างทั้งหมดประมาณ 1,500 คน (ปัจจุบันไม่มีลูกจ้างรับเหมาค่าแรง) โดยมีแผนกำหนดการเลิกจ้างในเบื้องต้น จะเลิกจ้างลูกจ้างในส่วนของการผลิตชิ้นส่วน ปลายเดือน มิ.ย.63 เลิกจ้างลูกจ้างในส่วนของเครื่องยนต์ปลายเดือน ต.ค.63 และเลิกจ้างลูกจ้างในส่วนของงานสนันสนุนในปลายปี 63

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq03/3096345

Related links

เยอรมนีเผยการผลิตภาคอุตฯทรุดตัวหนักสุดรอบ 10 ปีในเดือนธ.ค.

สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนี (Destatis) เปิดเผยในวันนี้ว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีทรุดตัวลง 3.5% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2552 และบ่งชี้ถึงภาวะอ่อนแอของภาคการผลิต ซึ่งอาจฉุดให้เศรษฐกิจเยอรมนีเข้าสู่ภาวะถดถอยอีกครั้ง

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีจะปรับตัวลงเพียง 0.2% ในเดือนธ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 1.2% ในเดือนพ.ย.

เมื่อเทียบรายปี การผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีดิ่งลง 6.8% ในเดือนธ.ค.

การผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีได้รับผลกระทบจากความอ่อนแอของอุปสงค์จากต่างประเทศ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้าระหว่างอังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) หลังจากที่อังกฤษแยกตัวจาก EU (Brexit)

ส่วนเมื่อวานนี้ สำนักงานสถิติเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อภาคการผลิตลดลง 2.1% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการร่วงลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.ปีที่แล้ว และเป็นการส่งสัญญาณว่าภาคอุตสาหกรรมเยอรมนียังคงเผชิญภาวะซบเซา

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ยอดสั่งซื้อจะเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนธ.ค. หลังจากที่ลดลง 0.8% ในเดือนพ.ย.

เมื่อเทียบรายปี ยอดสั่งซื้อภาคการผลิตดิ่งลง 8.7% ในเดือนธ.ค.

รายงานระบุว่า ยอดสั่งซื้อภายในประเทศเพิ่มขึ้น 1.4% ขณะที่คำสั่งซื้อจากยูโรโซนร่วงลง 13.9%

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq29/3093447

Related links

“สนธิรัตน์” แนะโรงสกัดน้ำมันปาล์ม เร่งพัฒนาคุณภาพ หวังส่งออกบี 100 ป้อนตลาดจีน

“สนธิรัตน์” ลงพื้นที่ จ.กระบี่ ขอโรงสกัดน้ำมันปาล์ม ร่วมมือรัฐคุมลักลอบนำเข้า “ซีพีโอ” พร้อมพัฒนาคุณภาพเพิ่มมูลค่าปาล์มระยะยาว เล็งโอกาสส่งออก บี100 ป้อนตลาดจีน

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและชมกิจการโรงสกัดน้ำมันปาล์มของบริษัท ป.พานิชรุ่งเรืองปาล์มออยล์ 2 จำกัด ที่จ.กระบี่ วันนี้(29 ม.ค.) โดยยืนยันว่า รัฐบาลมีความตั้งใจจะดูแลเสถีรภาพราคาปาล์มปีนี้ ไม่ให้ต่ำกว่า 4 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อให้เกษตรกรแข็งแรง โดยจะร่วมมือกับโรงสกัดน้ำมันปาล์มป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มดิย(CPO) ตลอดจน ส่งเสริมการปลูกปาล์มอย่างเหมาะสม เพื่อดูแลอุตสาหกรรมปาล์มทั้งระบบ

“ครั้งนี้ ตั้งใจเอาบี10 เป็นตัวตั้ง ให้โรงงานแข็งแรง เกษตรกรแข็งแรง และรัฐจะเอาบล็อกซ์เชนมาใช้ตลอดสายตรวจสอบที่มาของ CPO ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง และผมอยากเห็นโรงงานดี เกษตรกรดี แล้วจับคู่กันให้เกิดการส่งเสริมโรงไฟฟ้า โดยไม่มีการมาขอจัดตั้งโรงไฟฟ้า แต่การจัดตั้งโรงไฟฟ้าได้จะต้องแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ให้กับชุมชนในพื้นที่ เพื่อสร้างรายได้กลับคืนสู่เกษตรกร ”

อย่างไรก็ตาม ในเร็วๆนี้ ตนจะเดินทางไปประเทศจีน เพื่อเจรจาความร่วมมือระดับประเทศระหว่างไทยและจีน โดยเฉพาะในเรื่องของพลังงาน ที่ทางจีนเองเป็นผู้นำหลายเรื่องที่จะรับมือกับ Disrup ด้านพลังงาน เช่น โซลาร์เซล์ รวมถึงความเชื่อมโยงซื้อขายไฟฟ้าจากจีนตอนใต้ ผ่านลาว เข้าประเทศไทย อีกทั้ง เห็นโอกาสจากความต้องการใช้น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 100%(บี100) ที่จีนจะมีนโยบายส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซล ดังนั้น ไทยจะต้องศึกษาความเป็นไปได้ในการส่งออกบี100 ไปยังจีน ซึ่งจะเป็นแนวทางที่จะช่วยสร้างเสถียรภาพราคาปาล์มในระยะยาว แต่จะต้องไปดูเรื่องของการพัฒนาคุณภาพบี100 และราคาให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่ง เช่น มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ให้ได้ก่อน ซึ่งหากดำเนินการได้อุตสาหกรรมปาล์มก็แข็งแรง

ดังนั้น จึงได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการโรงสกัดน้ำมันปาล์มเร่งพัฒนาเทคโนโลยี และต่อยอดสู่การผลิตไบโอชีวภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่าปาล์มในอนาคตด้วย

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/864176?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=economic

Related links

EV Car อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ธีมการลงทุนที่น่าจับตาในปี 2020

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้หลายท่านคงจะเคยได้ยินกระแสของรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเป็นที่พูดถึงทั้งในทั้งในไทยและหลายประเทศตามข่าวหรือมหกรรมยานยนต์ โดยปัจจุบันรถยนต์ที่เราใช้เป็นพาหนะนั้น สามารถแบ่งได้ 3 ประเภท คือ

1. รถยนต์ที่ขับเคลื่อนโดยน้ำมันหรือเครื่องยนต์สันดาป (ICE) ซึ่งเป็นรถยนต์ปกติที่เราใช้กันมายาวนานกว่า 100 ปีแล้ว

 2. รถยนต์ไฮบริด (Hybrid หรือ HEV/PHEV) เป็นรถยนต์ที่ใช้น้ำมันผสมกับเชื้อเพลิงอื่นโดยอาจเป็นพลังงานไฟฟ้าหรือน้ำซึ่งปัจจุบันมักจะพูดถึงรถ Hybrid น้ำมันและไฟฟ้ามากกว่า

 3. รถยนต์ไฟฟ้า (EV หรือ BEV) เป็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% ซึ่งข้อดีของรถยนต์ประเภทสุดท้ายนี้คือการที่ไม่ปล่อยมลพิษเหมือนรถยนต์น้ำมันแบบดั้งเดิม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลหลายประเทศ ที่สนับสนุนให้คนหันมาใช้รถ EV เช่น ประเทศนอร์เวย์ อินเดีย และกลุ่มสหภายุโรป โดยมีแผนห้ามขายรถยนต์ที่ขับเคลื่อนโดยน้ำมันในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หรือประเทศอื่นก็มีนโยบายให้ส่วนลดทางภาษีสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า

ที่มา https://www.moneyandbanking.co.th/

Related links