อสมท ลุยธุรกิจใหม่ไม่หวังพึ่งรายได้โฆษณา

อสมท เพิ่มธุรกิจใหม่ 2 หน่วย ลุยต่อยอดคอนเทนต์สู่แพลตฟอร์มออนไลน์หวังสร้างรายได้เพิ่ม

นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2563 อสมท ได้ ปรับธุรกิจใหม่ โดยเพิ่มหน่วยธุรกิจอีก 2 ส่วน คือ 1.สำนักธุรกิจดิจิทัล นำ Content ใน Platform เดิม มาพัฒนาสู่ Platform ใหม่ ประกอบด้วย Contents ข่าวและข่าวบันเทิง Content เสียงจากวิทยุ 53 สถานี เพื่อขยายไปสู่ Podcast และ Radio Online 2.สำนักดิจิทัลแพลตฟอร์ม เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มกับ Digital Platform ที่มีโอกาสสร้างธุรกิจใหม่ๆ นอกเหนือจากธุรกิจมีเดียโทรทัศน์ โดยเปิดโอกาสเจรจากับ Partner ไทยและต่างประเทศ

ที่มา https://www.thansettakij.com/content/418438

Related links

บริษัท มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประกาศย้ายการผลิตรถยนต์

บริษัท มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประกาศย้ายการผลิตรถยนต์ประเภทเอสยูวีของมาสด้า ได้แก่ รุ่น CX-3 Sport จากประเทศไทยกลับไปผลิตที่เมืองยามากูชิ ประเทศญี่ปุ่น ภายใตสิ้นเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ สาเหตุหลักเกิดจากต้นทุนการผลิตรถยนต์หลายรุ่นในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างรุนแรงจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมยากลำบาก ซึ่งคือปัจจัยค่าเงินบาทแข็งค่าเมืีอเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นอย่างมาก โดยเงินบาทแข็งค่าเป็นอันดับ 1 ในเอเชียและต่อเนื่องข้ามปีมาถึง 2 ปีติดกัน โดยในปีที่แล้ว เงินบาทแข็งค่าถึง 8% ส่วนปีนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า เงินบาทแข็งค่าราว 8% ใกล้เคียงกับปี 2561 ไม่เพียงเท่านั้น เงินบาทยังแข็งค่ามากถึง 8% เมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นตลาดส่งออกสำคัญมากๆของมาสด้า นอกจากนี้ อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกของประเทศไทยปีนี้ตกต่ำอย่างหนักและต่อเนื่องชัดเจน ล่าสุด ส่งออกรถยนต์ไทยไปตลาดต่างประเทศ -16% เป็นผลโดยตรงจากค่าเงินบาทเทียบเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าไม่สิ้นสุด ในขณะเดียวกัน เศรษฐกิจไทยปีนี้ตกต่ำอย่างหนักในรอบ 5 ปี หรือตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาคส่งออกในภาพรวมติดลบอย่างรุนแรง ราว -3% ถึง -2.5% ตามด้วยสงครามการค้าโลกระหว่างสหรัฐกับจีนที่ยาวนานมากว่า 15 เดือน

ทั้งนี้ มาสด้า ประเทศไทย มีกำลังการผลิตรถยนต์รวมทุกรุ่นปีละ 135,000 คัน ในจำนวนนี้เป็นการผลิตมาสด้ารุ่น CX-3 Sport โดยใช้ฐานการผลิตในประเทศไทยเป็นหลักในภูมิภาคเอเชีย ผลิตได้ปีละ 25,000 คัน เพื่อเน้นส่งออกรุ่นดังกล่าวจากประเทศไทยไปประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นตลาดหลักสำคัญของมาสด้าถึงปีละ 14,000 คัน นอกจากนี้ รถรุ่นดังกล่าวยังเป็นรถรุ่นที่ขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งของมาสด้าอีกด้วย

ที่มา https://www.facebook.com/btimesch3/posts/987857354913463

Related links

MOTOR EXPO INTERNATIONAL PAVILION เดินหน้าต่อยอดธุรกิจ B2B

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” จัดงาน MOTOR EXPO INTERNATIONAL PAVILION เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการต่างประเทศ หาพันธมิตรคู่ค้าในไทย เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์

ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงานควบคุมงานด้านการบริหารงานทั่วไป งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” เปิดเผยว่า หลังจากงาน “มหกรรมยานยนต์” ประสบความสำเร็จมากว่า 3 ทศวรรษ ในฐานะสื่อกลางระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค (B TO C : BUSINESS TO CONSUMER) และได้ต่อยอดความสำเร็จสู่การจัดงานแบบธุรกิจต่อธุรกิจ (B TO B : BUSINESS TO BUSINESS) ตั้งแต่ปี 2559 ด้วยกิจกรรม MOTOR EXPO PROFESSIONAL SEMINAR งานสัมมนาแลกเปลี่ยนข้อมูลอุตสาหกรรมยานยนต์ และกิจกรรม MOTOR EXPO THAILAND PAVILION ส่งเสริมผู้ประกอบการไทย ไปร่วมแสดงสินค้าในต่างประเทศ

ปีนี้ภายในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” ระหว่างวันที่ 7-10 ธันวาคม ณ ชาลเลนเจอร์ 3 ได้จัดงาน MOTOR EXPO INTERNATIONAL PAVILION โดยเชิญผู้ประกอบการจากประเทศจีน อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ ร่วมจัดแสดงสินค้าเกี่ยวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อแสวงหาพันธมิตรทางธุรกิจในไทย ขณะเดียวกันผู้ประกอบการไทยก็มีโอกาสเลือกหาสินค้าจากผู้ประกอบการต่างประเทศ

ที่มา ryt9

Related links

กอน.เคาะราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิต 2562/63 ที่ 750 บาท/ตัน พร้อมเล็งเสนอครม.อัดฉีดเงินช่วยเหลือไม่เกิน 1 หมื่นลบ.

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ประธานกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ครั้งที่ 11/2562 เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2562 มีมติเห็นชอบการกำหนดราคาอ้อยขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้น ฤดูการผลิตปี 2562/2563 ในอัตราอ้อยตันละ 750 บาท ณ ระดับความหวานที่ 10 ซี.ซี.เอส อัตราขึ้นลง อยู่ที่ 45 บาทต่อ 1 หน่วย ซี.ซี.เอส โดยระดับความหวานเฉลี่ยทั่วประเทศที่ 12.51 ซี.ซี.เอส จะได้รับในอัตราตันละ 862.91 บาท ซึ่งได้ผ่านกระบวนการประชุมรับฟังความคิดเห็น (ประชาพิจารณ์) จากเกษตรกรชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาล และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตามมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 เรียบร้อยแล้ว โดยจะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนที่จะประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

นอกจากนี้ ในที่ประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายมีผู้แทนฝั่งชาวไร่อ้อยได้เสนอให้ขอรับการช่วยเหลือเงินค่าอ้อยจากรัฐบาล เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันราคาน้ำตาลตลาดโลกตกต่ำอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มการแกว่งตัวสูง ส่งผลให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยได้รับผลกระทบจากทั้งด้านราคาที่ตกต่ำและไม่คุ้มกับต้นทุนการปลูกอ้อยที่ตันละ 1,110 บาท

ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้เสนอโครงการเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเพื่อซื้อปัจจัยการผลิต ฤดูการผลิตปี 2562/2563 กรอบวงเงินช่วยเหลือไม่เกิน 10,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อย โดยเฉพาะชาวไร่อ้อยรายเล็กให้สามารถเข้าถึงปัจจัยการผลิตที่จำเป็น และมีผลตอบแทนเพียงพอ สำหรับนำไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพและการดำรงชีพของตนเองและครอบครัว ซึ่งจะก่อให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนต่อเนื่องในระบบเศรษฐกิจ อันจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศโดยรวม

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq03/3075511

Related links

HONOR เผยโฉมสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ HONOR MagicWatch 2

HONOR MagicWatch 2 คือสมาร์ทวอทช์ที่ปรับให้ตอบโจทย์การใช้งานของผู้สวมใส่ได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยอายุแบตเตอรี่นานถึง 14 วัน[1] จากขุมพลังของชิปเช็ต Kirin A1 HONOR MagicWatch 2 มาพร้อมกับเทคโนโลยีติดตามสุขภาพและความแข็งแรงชั้นแนวหน้าของอุตสาหกรรม เพื่อให้ข้อมูลเจาะลึกเรื่องสุขภาพอย่างถูกต้องแม่นยำเมื่อต้องการ และทำให้คุณเชื่อมโยงกับสิ่งรอบข้างอย่างเต็มรูปแบบ รองรับโหมดฟิตเนส 15 โหมด เป็นเพื่อนคู่ใจเมื่อออกกำลังกาย เพื่อกระตุ้นสไตล์การออกกำลังกายที่เฉพาะบุคคล หลากหลาย และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น HONOR MagicWatch 2 จึงรองรับโหมดฟิตเนสตามเป้าหมายต่าง ๆ ทั้งสิ้น 15 โหมด ครอบคลุมกีฬากลางแจ้ง 8 ประเภท และกีฬาในร่ม 7 ประเภท ไม่ว่าจะเป็นโหมดกลางแจ้งอย่างการวิ่ง เดินเขา ขี่จักรยาน และไตรกีฬา ไปจนถึงการว่ายน้ำในสระ ฟรีเทรนนิ่ง เครื่องกรรเชียงบก และอื่น ๆ ฟีเจอร์สุดล้ำ ประหนึ่งผู้ช่วยอัจฉริยะ เกี่ยวกับ HONOR

ที่มา https://www.ryt9.com/s/anpi/3071531

Related links

สงครามการค้า เขย่าบัลลังก์ “กลุ่มยานยนต์” สะเทือน

แรงกระเพื่อมสงครามการค้า ทำเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอ ฉุดอุตฯยานยนต์ & ชิ้นส่วนฯ“ไม่สดใส” “บิ๊กเอกชน”ยอมรับดีมานด์หด “กูรู” วิพากษ์ไม่ถึงขั้น“ขาลง” แต่ต้องเร่งปรับตัว ก่อนสาย

สงครามการค้า” (Trade War) ระหว่างสหรัฐ-จีน ประทุเดือด อีกครา… ภายหลังสหรัฐ ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน 10% เป็น 25% เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา และสถานการณ์ยังส่อเค้ายืดเยื้อ เพราะจนถึงขณะนี้ยังไร้ข้อสรุปในการเจรจาทั้งสองฝ่าย รวมทั้งการออกมาขู่ของประธานาธิบดีสหรัฐ ว่า จะขึ้นภาษีเพิ่มเติมอีกประมาณ “3แสนล้านดอลลาร์

ประเด็นดังกล่าวสร้างแรงกระเพื่อมทำให้ การค้าทั่วโลก ต้องสะดุด กระทบต่อเนื่องไปถึงภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลกต้องตกอยู่ในภาวะ ชะลอตัว” โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพาการส่งออกเป็นเสาหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อย่างกรณีของ “ไทย” พึ่งพารายได้จากการส่งออกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มากถึง 70% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)

สอดคล้องกับ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ” (สศช.)ระบุว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1 ปี 2562 มีอัตราการขยายตัวเพียง 2.8% ต่ำสุดในรอบ 17 ไตรมาส นับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2557 โดยยอมรับว่าภาคการส่งออกที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยได้ปรับตัวลดลงจากผลกระทบของการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจประเทศคู่ค้า และแรงกดดันจากมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีน

ส่งผลให้การส่งออกของไทยในไตรมาสแรกปีนี้ลดลง 3.6% ขณะที่ไตรมาส 4 ปี 2561 การส่งออกไทยยังขยายตัวได้ 2.3%

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/836788

Related links

เกาหลีใต้เผยยอดส่งออกรถยนต์เดือนต.ค.ร่วง 10% เทียบรายปี

กระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงานของเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ยอดส่งออกรถยนต์ในเดือนต.ค.ร่วงลง 10% เมื่อเทียบรายปี เนื่องจากอุปสงค์ในตลาดเกิดใหม่ปรับตัวลดลง รายงานระบุว่า เมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมา ผู้ผลิตรถยนต์ของเกาหลีใต้มียอดส่งออกรถยนต์ทั้งสิ้น 208,714 คัน ลดลงจากระดับ 230,086 คัน จากสถิติเดือนต.ค.ปีที่แล้ว ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง ยอดการผลิตรถยนต์ปรับตัวลดลง 7.9% เมื่อเทียบรายปี เหลือเพียง 351,409 คัน จากเดิม 381,595 คันเมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว ขณะที่ยอดขายรถยนต์ในประเทศก็ปรับตัวลดลง 2.1% แตะที่ 157,461 คัน จากเดิมที่ 160,881 คันในปีที่แล้ว

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq29/3067502

Related links

ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้ 1. โดยที่พระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2562 มีผลใช้บังคับแล้ว และมาตรา 17 บัญญัติให้เพื่อความปลอดภัย หรือเพื่อป้องกันความเสียหายอันอาจจะเกิดแก่ประชาชน หรือแก่กิจการอุตสาหกรรม หรือเศรษฐกิจของประเทศ คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอาจเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อออกกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมชนิดใดต้องเป็นไปตามมาตรฐานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนของมาตรฐานก็ได้ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของกฎหมายในการกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมจากการตราเป็นพระราชกฤษฎีกาให้เป็นการออกกฎกระทรวงแทน

ที่มา https://www.ryt9.com/s/cabt/3063550

Related links

AMATA ศึกษาโซลาร์ลอยน้ำผลิตไฟฟ้าป้อนโรงงานในนิคม

นายอัครเรศร์ ชูช่วย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมตะ ฟาซิริตี้ เซอร์วิส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มบมจ.อมตะคอร์ปอเรชั่น (AMATA) กล่าวในงานเสวนา “การพัฒนานวัตกรรมพลังงานกับการขับเคลื่อนนิคมอุตสาหกรรมสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City)” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-29 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า อมตะได้วางเป้าหมายในการพัฒนา สมาร์ทซิตี้กำหนดเป็นแผน ระยะ 5 ปี โดยขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมในเรื่องของการกำหนดกรอบพื้นที่ในการทำ สมาร์ท ซิตี้ ซึ่งมีพื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ 10 ตารางกิโลเมตร (ตร.กม.) โดยจะเริ่มดำเนินการในปี 2563 ซึ่งในส่วนของสมาร์ท เอเนอร์จี้ หรืออัจฉริยะ ด้านพลังงาน ขณะนี้อมตะได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน อาทิ การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนน้ำ (Solar Floating) และการนำขยะมาพัฒนาเป็นเชื้อเพลิงพลังงานไฟฟ้าเพื่อการนำทรัพยากรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้เกิดประโยชน์สูงสุด

สำหรับความคืบหน้าการพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนน้ำนั้น บริษัท อมตะ วอเตอร์ จำกัด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบริษัทในกลุ่มอมตะ จะเป็นผู้ดำเนินการพัฒนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ทั้งด้านการลงทุนและขนาดกำลังการผลิต ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมในการติดตั้งที่จะสามารถนำมาผลิตได้ ทั้งในกระบวนการผลิตน้ำที่ป้อนให้กับอุตสาหกรรม รวมถึงรูปแบบการจัดจำหน่ายเพื่อเชื่อมโยงเข้าระบบโครงข่ายไฟฟ้าหลัก (Grid) สำหรับขายให้กับโรงงานอุตสาหกรรมในนิคมฯ ซึ่งจะนำร่องในนิคมฯ อมตะ ซิตี้ชลบุรี คาดว่าโครงการดังกล่าวจะเริ่มเห็นความชัดเจนประมาณปี 2563

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq05/3060554

Related links

‘ไทยซัมมิท แหลมฉบัง’ ประกาศ หยุดการทำงาน2เดือน

บริษัท ไทยซัมมิท แหลมฉบัง โอโตพาร์ท ประกาศหยุดการทำงานตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2562 ถึง 25 ธันวาคม 2562 เหตุลูกค้าหยุดการผลิตชั่วคราวและมีการสั่งซื้อสินค้าลดลง จ่ายเงินค่าจ้างให้กับพนักงานทุกระดับ ในอัตราร้อยละ 75 ของค่าจ้างปกติ

เรื่อง กำหนดหยุดการทำงานใน วันที่ 26 ตุลาคม ถึง 25 ธันวาคม 2562

เนื่องจากวันที่ 26 ตุลาคม ถึง 25 ธันวาคม 2562 ลูกค้าของบริษัทฯ หยุดการผลิตชั่วคราวและมีการสั่งซื้อสินค้าเข้ามาในปริมาณลดลง ทางบริษัทฯ พิจารณาเห็นว่ามีความจำเป็นต้องหยุดการทำงานชั่วคราว บางส่วนในวันที่ 26 ตุลาคม ถึง 25 ธันวาคม 2562 การหยุดงานชั่วคราว มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ในระหว่างเวลาที่บริษัทฯ หยุดการทำงานชั่วคราวตามประกาศ บริษัทฯ จะดำเนินการจ่ายเงินค่าจ้างให้กับพนักงานทุกระดับ ในอัตราร้อยละ 75 ของค่าจ้างปกติ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551 มาตรา 75 โดยการหยุดตามข้อนี้จะไม่มีผลใดๆ กับการคำนวณเบี้ยขยันหรือการประเมินผลการปฏิบัติงาน 

ทั้งนี้ พนักงานสามารถใช้สิทธิ์ลาหยุดพักผ่อนประจำปี เพื่อรับค่าจ้างเต็มจำนวน ในวันที่ได้ประกาศให้เป็นวันหยุดชั่วคราวตามประกาศนี้ โดยพนักงานที่ใช้สิทธิ์ลาหยุดพักผ่อนประจำปี จะต้องคีย์การลงในระบบ ESS ก่อนวันหยุดการทำงานชั่วคราวที่กำหนดไว้

จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน 

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/851832?utm_source=slide_topnews&utm_medium=internal_referral

Related links