ดิอาจิโอประกาศสนับสนุนแอลกอฮอล์สำหรับผลิตภัณฑ์ล้างมือกว่า 7 ล้านขวด แด่บุคลากรทางการแพทย์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาการระบาดของโควิด-19

ผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายใหญ่ เจ้าของแบรนด์จอห์นนี่ วอล์กเกอร์และสเมอร์นอฟ กับการรับมือในระดับโลกที่ไม่เคยมีมาก่อนในสหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา บราซิล เคนยา อินเดีย และออสเตรเลียการประกาศการสนับสนุนในครั้งนี้เพื่อปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานในแนวหน้าและเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนอุปกรณ์ที่จำเป็นการบริจาคแอลกอฮอล์ในครั้งนี้มากพอที่จะผลิตผลิตภัณฑ์ล้างมือมากกว่า 7 ล้านขวด

บริษัท ดิอาจิโอ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชั้นนำระดับโลก อาทิ แบรนด์จอห์นนี่ วอล์กเกอร์และสเมอร์นอฟ ประกาศบริจาคแอลกอฮอล์จำนวน 1.5 ล้านลิตรให้กับพันธมิตรเพื่อนำไปจัดทำผลิตภัณฑ์สำหรับล้างมือเป็นจำนวนมากกว่า 7 ล้านขวด เพื่อช่วยปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้าในการสู้รบกับโรคโควิด-19 ที่ระบาดไปทั่วโลก

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3108918

Related links

ประหยัด แรง แซงทีเดียวขาด! ส่องเทคโนโลยีใหม่ใน MERCEDES-BENZ

จุดจบของเครื่องยนต์สันดาปภายในยังคงอยู่อีกไกล ภายในปี 2025 รถยนต์ 25% ที่ขายทั่วโลกจะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า แต่ไม่ได้หมายความว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในจะต้องถึงกับการสูญสลายหายไปจากโลกใบนี้ รถยนต์จำนวนมากถึง 3 ใน 4 จะยังคงใช้น้ำมันเบนซินและดีเซล ส่วนที่เหลือก็จะใช้เชื้อเพลิงในรูปแบบอื่น ยุคของการเปลี่ยนแปลงในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์กลายเป็นเรื่องสำคัญในด้านการปรับสภาพแวดล้อมที่กำลังเสื่อมโทรม นานมาแล้วที่ครั้งหนึ่ง รถยนต์ของคุณพ่อหรือคุณลุงของเรา เคยเปลี่ยนจากคาร์บูเรเตอร์มาเป็นหัวฉีด ค่าย Mercedes-Beenz นอกจากจะมีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าออกมาขายอย่าง EQC แล้ว แบรนด์ตราดาวก็ยังค้นคว้าและวิจัยเครื่องยนต์สันดาปภายในทั้งเบนซินและดีเซลรุ่นใหม่ ไล่จาก V8 / 6 สูบเรียง / 4 สูบเรียง ทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อกับระบบไฮบริดจิ๋ว EQ Boost ขนาด 48 โวลต์ ซึ่งเข้ามาช่วยเสริมแรงบิดและแยกจ่ายกระแสไฟฟ้ากับแบตเตอรี่หลักเพื่อลดปัญหาสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าจากการที่มีระบบอิเล็กทรอนิกส์รุงรังมากกว่าเดิม 

ที่มา https://www.thairath.co.th/news/auto/news/1793153

Related links

วว. จับมือบริษัทไมน์ โมบิลิตี้ รีเสิร์ช จำกัด ผู้ผลิตรถไฟฟ้าสัญชาติไทย วิจัยพัฒนาการทดสอบ พัฒนามาตรฐานชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้า

ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นายสมโภชน์ อาหุนัย กรรมการบริษัทไมน์ โมบิลิตี้ รีเสิร์ช จำกัด ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ลงนามความร่วมมือบันทึกความเข้าใจการพัฒนาการทดสอบ การพัฒนามาตรฐาน ชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีกรอบระยะเวลา 3 ปี ซึ่ง วว. โดย ศูนย์ทดสอบมาตรฐานระบบขนส่งทางราง หรือ ศทร. จะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการขับเคลื่อนโครงการ โอกาสนี้ นายวิรัช จันทรา รองผู้ว่าการกลุ่มบริการอุตสาหกรรม ดร.บัณฑิต ฝั่งสินธุ์ ผู้อำนวยการ สำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม ดร.อาณัติ หาทรัพย์ ผู้อำนวยการ ศทร. วว. พร้อมทั้งผู้บริหาร พนักงาน ทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นเกียรติ ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ห้องประชุม กวท. อาคาร RD 1 วว. เทคโนธานี อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3100726

Related links

สมอ.เตรียมประกาศมาตรฐาน“รถยนต์ไฟฟ้า” เริ่ม มี.ค.นี้

กมอ.เห็นชอบมาตรฐานรถยนต์ไฟฟ้า คาดประกาศใช้ มี.ค.63 ด้าน สมอ.มีแผนกำหนดมาตรฐานยานยนต์สมัยใหม่อีก 40 มาตรฐาน สนองนโยบายรัฐขับเคลื่นอุตสหกรรมรถยนต์

นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(กมอ.) เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2563 ที่ผ่านมาว่า กมอ. เห็นชอบร่างมาตรฐานรถยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่สี่ล้อขึ้นไปสำหรับขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้า มอก.3026-25XX ที่ สมอ. เสนอเข้าที่ประชุม เนื่องจากมีแนวโน้มที่ผู้ผลิตรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน จะเปลี่ยนมาผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่อาศัยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเก็บสะสมอยู่ในแบตเตอรี่มากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลได้มีนโยบายในการส่งเสริมการผลิตและการใช้รถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ

โดยกำหนดแนวทางการพัฒนาให้มีการผลักดันการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งระบบไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือพลังงานทางเลือกอื่นๆ เพื่อลดปริมาณการใช้พลังงานน้ำมัน และลดผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม คาดว่ามาตรฐานดังกล่าวจะประกาศใช้ได้ภายในเดือนมี.ค.ปีนี้

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/867704?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=economic

Related links

รมว.แรงงาน สั่งคุ้มครองสิทธิลูกจ้าง GM ตาม กม.เตรียมตำแหน่งงานว่างด้านอุตสาหกรรมยานยนต์รองรับ

นายจักษ์ พันธ์ชูเพชร ที่ปรึกษา รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน มีความห่วงใยลูกจ้างกรณีบริษัท เจนเนอรัลมอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด (จีเอ็ม) ที่จะยุติการจำหน่ายรถยนต์เชฟโรเลตในประเทศไทยภายในสิ้นปี 63 โดยเกรทวอล มอเตอร์ส จะซื้อศูนย์การผลิตรถยนต์และเครื่องยนต์ของจีเอ็มประเทศไทยในจังหวัดระยอง ม.ร.ว.จัตุมงคล จึงมอบหมายให้กรมการจัดหางาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้การช่วยเหลือลูกจ้างให้ได้รับสิทธิประโยชน์คุ้มครองตามกฎหมาย

จากการตรวจสอบของสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยอง พบว่า บริษัท เจนเนอรัลมอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด มีลูกจ้างประมาณ 1,100 คน และบริษัท เจนเนอรัลมอเตอร์ส เพาเวอร์เทรน (ประเทศไทย) จำกัด มีลูกจ้างประมาณ 400 คน รวมทั้ง 2 บริษัทมีลูกจ้างประมาณ 1,500 คน

บริษัททั้ง 2 ได้เลิกจ้างลูกจ้างทั้งหมดประมาณ 1,500 คน (ปัจจุบันไม่มีลูกจ้างรับเหมาค่าแรง) โดยมีแผนกำหนดการเลิกจ้างในเบื้องต้น จะเลิกจ้างลูกจ้างในส่วนของการผลิตชิ้นส่วน ปลายเดือน มิ.ย.63 เลิกจ้างลูกจ้างในส่วนของเครื่องยนต์ปลายเดือน ต.ค.63 และเลิกจ้างลูกจ้างในส่วนของงานสนันสนุนในปลายปี 63

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq03/3096345

Related links

เยอรมนีเผยการผลิตภาคอุตฯทรุดตัวหนักสุดรอบ 10 ปีในเดือนธ.ค.

สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนี (Destatis) เปิดเผยในวันนี้ว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีทรุดตัวลง 3.5% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2552 และบ่งชี้ถึงภาวะอ่อนแอของภาคการผลิต ซึ่งอาจฉุดให้เศรษฐกิจเยอรมนีเข้าสู่ภาวะถดถอยอีกครั้ง

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีจะปรับตัวลงเพียง 0.2% ในเดือนธ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 1.2% ในเดือนพ.ย.

เมื่อเทียบรายปี การผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีดิ่งลง 6.8% ในเดือนธ.ค.

การผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีได้รับผลกระทบจากความอ่อนแอของอุปสงค์จากต่างประเทศ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้าระหว่างอังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) หลังจากที่อังกฤษแยกตัวจาก EU (Brexit)

ส่วนเมื่อวานนี้ สำนักงานสถิติเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อภาคการผลิตลดลง 2.1% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการร่วงลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.ปีที่แล้ว และเป็นการส่งสัญญาณว่าภาคอุตสาหกรรมเยอรมนียังคงเผชิญภาวะซบเซา

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ยอดสั่งซื้อจะเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนธ.ค. หลังจากที่ลดลง 0.8% ในเดือนพ.ย.

เมื่อเทียบรายปี ยอดสั่งซื้อภาคการผลิตดิ่งลง 8.7% ในเดือนธ.ค.

รายงานระบุว่า ยอดสั่งซื้อภายในประเทศเพิ่มขึ้น 1.4% ขณะที่คำสั่งซื้อจากยูโรโซนร่วงลง 13.9%

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq29/3093447

Related links

“สนธิรัตน์” แนะโรงสกัดน้ำมันปาล์ม เร่งพัฒนาคุณภาพ หวังส่งออกบี 100 ป้อนตลาดจีน

“สนธิรัตน์” ลงพื้นที่ จ.กระบี่ ขอโรงสกัดน้ำมันปาล์ม ร่วมมือรัฐคุมลักลอบนำเข้า “ซีพีโอ” พร้อมพัฒนาคุณภาพเพิ่มมูลค่าปาล์มระยะยาว เล็งโอกาสส่งออก บี100 ป้อนตลาดจีน

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและชมกิจการโรงสกัดน้ำมันปาล์มของบริษัท ป.พานิชรุ่งเรืองปาล์มออยล์ 2 จำกัด ที่จ.กระบี่ วันนี้(29 ม.ค.) โดยยืนยันว่า รัฐบาลมีความตั้งใจจะดูแลเสถีรภาพราคาปาล์มปีนี้ ไม่ให้ต่ำกว่า 4 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อให้เกษตรกรแข็งแรง โดยจะร่วมมือกับโรงสกัดน้ำมันปาล์มป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มดิย(CPO) ตลอดจน ส่งเสริมการปลูกปาล์มอย่างเหมาะสม เพื่อดูแลอุตสาหกรรมปาล์มทั้งระบบ

“ครั้งนี้ ตั้งใจเอาบี10 เป็นตัวตั้ง ให้โรงงานแข็งแรง เกษตรกรแข็งแรง และรัฐจะเอาบล็อกซ์เชนมาใช้ตลอดสายตรวจสอบที่มาของ CPO ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง และผมอยากเห็นโรงงานดี เกษตรกรดี แล้วจับคู่กันให้เกิดการส่งเสริมโรงไฟฟ้า โดยไม่มีการมาขอจัดตั้งโรงไฟฟ้า แต่การจัดตั้งโรงไฟฟ้าได้จะต้องแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ให้กับชุมชนในพื้นที่ เพื่อสร้างรายได้กลับคืนสู่เกษตรกร ”

อย่างไรก็ตาม ในเร็วๆนี้ ตนจะเดินทางไปประเทศจีน เพื่อเจรจาความร่วมมือระดับประเทศระหว่างไทยและจีน โดยเฉพาะในเรื่องของพลังงาน ที่ทางจีนเองเป็นผู้นำหลายเรื่องที่จะรับมือกับ Disrup ด้านพลังงาน เช่น โซลาร์เซล์ รวมถึงความเชื่อมโยงซื้อขายไฟฟ้าจากจีนตอนใต้ ผ่านลาว เข้าประเทศไทย อีกทั้ง เห็นโอกาสจากความต้องการใช้น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 100%(บี100) ที่จีนจะมีนโยบายส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซล ดังนั้น ไทยจะต้องศึกษาความเป็นไปได้ในการส่งออกบี100 ไปยังจีน ซึ่งจะเป็นแนวทางที่จะช่วยสร้างเสถียรภาพราคาปาล์มในระยะยาว แต่จะต้องไปดูเรื่องของการพัฒนาคุณภาพบี100 และราคาให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่ง เช่น มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ให้ได้ก่อน ซึ่งหากดำเนินการได้อุตสาหกรรมปาล์มก็แข็งแรง

ดังนั้น จึงได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการโรงสกัดน้ำมันปาล์มเร่งพัฒนาเทคโนโลยี และต่อยอดสู่การผลิตไบโอชีวภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่าปาล์มในอนาคตด้วย

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/864176?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=economic

Related links

EV Car อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ธีมการลงทุนที่น่าจับตาในปี 2020

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้หลายท่านคงจะเคยได้ยินกระแสของรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเป็นที่พูดถึงทั้งในทั้งในไทยและหลายประเทศตามข่าวหรือมหกรรมยานยนต์ โดยปัจจุบันรถยนต์ที่เราใช้เป็นพาหนะนั้น สามารถแบ่งได้ 3 ประเภท คือ

1. รถยนต์ที่ขับเคลื่อนโดยน้ำมันหรือเครื่องยนต์สันดาป (ICE) ซึ่งเป็นรถยนต์ปกติที่เราใช้กันมายาวนานกว่า 100 ปีแล้ว

 2. รถยนต์ไฮบริด (Hybrid หรือ HEV/PHEV) เป็นรถยนต์ที่ใช้น้ำมันผสมกับเชื้อเพลิงอื่นโดยอาจเป็นพลังงานไฟฟ้าหรือน้ำซึ่งปัจจุบันมักจะพูดถึงรถ Hybrid น้ำมันและไฟฟ้ามากกว่า

 3. รถยนต์ไฟฟ้า (EV หรือ BEV) เป็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% ซึ่งข้อดีของรถยนต์ประเภทสุดท้ายนี้คือการที่ไม่ปล่อยมลพิษเหมือนรถยนต์น้ำมันแบบดั้งเดิม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลหลายประเทศ ที่สนับสนุนให้คนหันมาใช้รถ EV เช่น ประเทศนอร์เวย์ อินเดีย และกลุ่มสหภายุโรป โดยมีแผนห้ามขายรถยนต์ที่ขับเคลื่อนโดยน้ำมันในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หรือประเทศอื่นก็มีนโยบายให้ส่วนลดทางภาษีสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า

ที่มา https://www.moneyandbanking.co.th/

Related links

“เทสลา”ปลื้มยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในจีนพุ่ง สวนทางอุตสาหกรรมชะลอตัว

ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทเทสลา อิงค์ ในประเทศจีนพุ่งขึ้นในเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา แม้ว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนยังคงอยู่ในช่วงของการชะลอตัว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานโดยอ้างข้อมูลจากทางการจีนว่า ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทเทสลาในจีน เมื่อเดือนธ.ค. 2562 อยู่ที่ 6,643 คัน

รายงานระบุต่อไปว่า เทสลาได้กลายมาเป็นผู้เล่นรายใหญ่สุดของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในแง่ของยอดขาย โดยในปี 2562 ที่ผ่านมาบริษัทสามารถทำยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าได้ถึง 42,715 คัน เมื่อเทียบกับยอดขายของปี 2561 ซึ่งอยู่ที่ 16,360 คัน

ทั้งนี้ เทสลาได้เข้าไปสร้างโรงงานที่จีน ซึ่งถือเป็นโรงงานในต่างประเทศแห่งแรกของบริษัทตั้งแต่เดือน ม.ค. 2562 และเริ่มการผลิตรถยนต์ Model 3 ในเดือนต.ค. โดยตั้งเป้าว่าจะผลิตรถยนต์ 250,000 คันต่อปี

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq29/3086492

Related links

อสมท ลุยธุรกิจใหม่ไม่หวังพึ่งรายได้โฆษณา

อสมท เพิ่มธุรกิจใหม่ 2 หน่วย ลุยต่อยอดคอนเทนต์สู่แพลตฟอร์มออนไลน์หวังสร้างรายได้เพิ่ม

นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2563 อสมท ได้ ปรับธุรกิจใหม่ โดยเพิ่มหน่วยธุรกิจอีก 2 ส่วน คือ 1.สำนักธุรกิจดิจิทัล นำ Content ใน Platform เดิม มาพัฒนาสู่ Platform ใหม่ ประกอบด้วย Contents ข่าวและข่าวบันเทิง Content เสียงจากวิทยุ 53 สถานี เพื่อขยายไปสู่ Podcast และ Radio Online 2.สำนักดิจิทัลแพลตฟอร์ม เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มกับ Digital Platform ที่มีโอกาสสร้างธุรกิจใหม่ๆ นอกเหนือจากธุรกิจมีเดียโทรทัศน์ โดยเปิดโอกาสเจรจากับ Partner ไทยและต่างประเทศ

ที่มา https://www.thansettakij.com/content/418438

Related links