ค่ายรถดีเซลวิ่งฝุ่นตลบ เลื่อนมาตรฐานไอเสียยูโร 5

ตามที่กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เสนอให้รัฐบาลขยับมาตรฐานไอเสียรถยนต์ใหม่ จากเดิมรถยนต์ที่ขายตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป ต้องผ่านมาตรฐานระดับยูโร 5 และปี พ.ศ. 2565 เป็นยูโร 6 (โดยไม่แบ่งว่าเป็นกลุ่มรถเล็ก คือ เก๋ง ปิกอัพ หรือรถใหญ่ คือ รถบรรทุก) ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นประเด็นที่กระทรวงอุตสาหกรรม ผลักดันให้บังคับใช้เร็วขึ้น หวังช่วยลดมลพิษ และฝุ่นพิษ PM2.5

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ อาศัยความเดือดร้อนในช่วงโควิด-19 และอ้างความพร้อมของมาตรฐานนํ้ามัน เพื่อขอความเห็นใจรัฐบาล ผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่มี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นั่งเป็นประธาน

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ เสนอให้พิจารณาข้อบังคับดังกล่าวใหม่ และขอให้เลื่อนมาตรฐานรถยนต์ยูโร 5 ไปเป็นปี 2568 และ ยูโร 6 ปี เป็นปี 2571 ขณะที่รถใหญ่​ (รถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไป) ขอเป็นยูโร 5 ปี​ 2569 และ ยูโร 6 ปี 2574

ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มีความเห็นในวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า ให้เลื่อนมาตรฐานไอเสียรถยนต์ ยูโร 5 ยูโร 6 ออกไป แต่ไม่ขยับระยะเวลาไปไกลตามที่กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ร้องขอ โดยยึดหลักตามมติ ครม.เดิม คือ ไม่แบ่งแยกรถเล็ก-รถใหญ่ และการขยับมาตรฐานจาก ยูโร 5 ไปเป็นยูโร 6 ยังคงห่างกัน 1 ปี

ในที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เห็นชอบให้รถยนต์มาตรฐาน ยูโร 5 เลื่อนออกไปเป็น ปี 2567 (เดิม พ.ศ. 2564) และ ยูโร 6 เป็นปี 2568 (เดิม พ.ศ. 2565) หรือขยับช้าออกไปอีก 3 ปี ส่วนมาตรฐานนํ้ามันยูโร 5 ยังคงเดิมที่ 1 มกราคม 2567 ซึ่งหลังจากนี้ต้องรอมติ อย่างเป็นทางการ(มีหนังสือเวียน) จากนั้นจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ประเด็นมาตรฐานรถยนต์ยูโร5 และ ยูโร 6 เริ่มพูดคุยมาตั้งแต่ปี 2558 และพอเจอปัญหา PM 2.5 ก็ถูกหยิบยกมาผลักดันให้มีความชัดเจน เสนอโดยกระทรวงอุตสาหกรรม และคุยในรายละเอียดกับบรรดาค่ายรถยนต์จบปลายปี 2562 จนออกมาเป็นมติครม.มีผลบังคับใช้ ยูโร 5 ในปี 2564 และ ยูโร 6 ในปี 2565 แต่ปีนี้มีบางค่ายรถยนต์พยายามเลื่อนมาตรฐานไอเสียนี้ออกไปอีก

ที่มา https://www.thansettakij.com/content/motor/444399

Related links

“โตโยต้า” ลั่นอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยฟื้นเร็ว ยันกอดแชร์ 33%

ถือเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความท้าทาย และความยากลำบากของอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ก็เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความแข็งแกร่ง สำหรับผู้ประกอบการชาวไทย ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ผ่านมาครึ่งทาง แม้ผลงานจะดูย่ำแย่ด้วยตัวเลขที่หดตัวไปเกือบครึ่ง

แต่ในมุมมองของบิ๊กเพลเยอร์ “มิจิโนบุ ซึงาตะ” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มองว่า ประเทศไทยยังโชคดีที่อุตสาหกรรมยานยนต์มีความแข็งแกร่ง มั่นใจว่า น่าจะฟื้นได้เร็วกว่าประเทศอื่น ๆ และไม่ใช่แค่ภูมิภาค แต่เป็นในทวีปเอเชียด้วยซ้ำไป

การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศและระดับโลก ทำให้ตลาดรถยนต์ในประเทศและส่งออกหดตัวในช่วง 2 ไตรมาส ตัวเลขยอดขายตลาดรวมไตรมาสแรกอยู่ที่ประมาณ 200,000 คัน ลดลง 24.1% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และโตโยต้ามียอดขายอยู่ที่ 56,200 คันลดลง 35% จากยอดขายในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

ส่วนในช่วงไตรมาส 2 ขายได้ 128,500 คัน หดตัวลง 51% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
โดยโตโยต้ามียอดขายอยู่ที่ 38,100 คัน หดตัวลงมากกว่า 55% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ทั้งนี้ เป็นผลตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมเป็นต้นมาที่เชื้อไวรัสโควิด-19 ได้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความต้องการของตลาดลดลงอย่างฉับพลัน

ส่วนตลาดส่งออกก็หดตัวลงไม่แพ้กันเพราะสถานการณ์โควิดทั่วโลกรุนแรงกว่าบ้านเราโดยครึ่งปีแรกประเทศไทยส่งออกได้เพียง 970,000 คัน ลดลงมากถึง 30%

ที่มา https://www.prachachat.net/motoring/news-498341

Related links

กฟผ.ชงบอร์ดลุยสร้างคลังก๊าซอ่าวไทย 5 ล้านตัน

กฟผ.เสนอบอร์ด ไฟเขียวแผนลงทุนสร้างคลังรับจ่ายแอลเอ็นจีลอยน้ำ พื้นที่อ่าวไทย 5 ล้านตันต่อปี วงเงิน 24,500 ล้านบาท

นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.เตรียมนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ บอร์ด กฟผ. ที่มี นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน ในเร็วๆนี้ พิจารณาอนุมัติแผนลงทุนก่อสร้างโครงการสถานีเก็บรักษาและแปรสภาพก๊าซธรรมชาติจากของเหลวเป็นก๊าซแบบลอยน้ำ (Floating Storage and Regasification Unit หรือ FSRU) ในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน ขนาด 5 ล้านตันต่อปี ของ กฟผ. หลังทำการศึกษาโครงการฯเสร็จสิ้นแล้ว

โดยหากบอร์ด กฟผ. เห็นชอบตามแผนลงทุนฯที่นำเสนอแล้ว กฟผ.ก็จะเดินหน้าออกประกาศเอกสารเชิญชวน(TOR)การประมูล เพื่อจัดหาผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการต่อไป ซึ่งจะช่วยให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้อย่างมาก

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/890417?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=economic

Related links

ส่องอุตสาหกรรมรถยนต์ไทย พร้อมปรับตัวรับวิถีชีวิตใหม่

ยังเป็นคำถามที่กำลังรอคำตอบว่า ไวรัสโควิด-19 ทำลายอุตสาหกรรมยานยนต์ไปขนาดไหน?

และชีวิตวิถีใหม่ในอุตสาหกรรมจะเป็นอย่างไร?

คำตอบจาก สภาอุตสาหกรรมฯ ยืนยันว่า ประเทศไทยผลิตรถปีละราว ๆ 2 ล้านคัน แบ่งเป็นขายในประเทศ 1 ล้านคัน ส่งออก 1 ล้านคัน

แต่ผลกระทบโควิด-19 ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีนี้ ทำให้ประเมินว่า ยอดขายรถยนต์ในประเทศจะเหลือเพียง 6 แสนคัน ส่วนส่งออกก็น่าจะใกล้เคียงกัน

ส่วนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์สู่ภาวะปกติอีกครั้งคาดว่าอาจเป็นช่วงกลางปี 2564 หรือถึงต้นปี 2565

สถิติยอดขายรถยนต์ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา มีปริมาณการขาย 270,591 คันลดลง 38.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลงสูงสุด 42.2% ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 35.6% ถือเป็นการลดลงต่ำสุดในรอบ 30 ปี

ที่มา https://www.prachachat.net/motoring/news-488856

Related links

“พรีไซซ” โชว์ศักยภาพยกระดับหม้อแปลงไฟฟ้า ขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อโลกเพื่อเรา

สายธุรกิจ Power Distribution and Energy Management ในเครือบริษัท พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRECISE ผู้นำด้านการพัฒนาไฟฟ้าและพลังงานอย่างครบวงจร ภายใต้คุณธรรมและความเป็นมืออาชีพ จากสถานการณ์การแข่งขันของภาคธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจที่ผ่านเหตุการณ์โรคระบาดโควิด-19 และกำลังเดินเกมรุกกันอย่างเต็มที่ พรีไซซยังโชว์ผลงานได้ดีต่อเนื่องและธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาถือว่าได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย ในกลุ่มของสินค้าหม้อแปลงยังโตต่อเนื่องและยังมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด Power is Life ที่มองว่าพลังงานมีความสำคัญและต้องใช้อย่างคุ้มค่าให้มากที่สุด

นายวิทูร เจียมจิตต์ตรง ประธานกรรมการ บริษัท พรีไซซ อีเลคตริค แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (PEM) บริษัทในเครือพรีไซซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRECISE กล่าวว่า ในฐานะภาคเอกชนที่ตระหนักถึงความสำคัญของพลังงานและสิ่งแวดล้อม สินค้าทุกชิ้นของบริษัท ผลิตขึ้นมาจากการออกแบบที่คำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการใช้วัตถุดิบที่ไม่จำเป็นและลดปริมาณสิ่งตกค้างในระบบนิเวศ จากขั้นตอนการผลิตจากโรงงาน และต่อยอดไปสู่การวิจัยคิดค้นนวัตกรรมหม้อแปลงระบบจำหน่ายแบบทรีโอ้ (TriO) หม้อแปลงสามเฟส อนุสิทธิบัตรเลขที่ 1703002020 ที่มีแกนหล็กของหม้อแปลงแบบทรีโอ้ประกอบด้วยวงแกนหล็กที่เหมือนกันสามวงมาจัดเรียงกันเป็นสามเหลี่ยมด้านเท่าเพื่อประกอบเป็นแกนหล็กสามเฟส โดยขาของแกนเหล็กทั้งหมดจะเกิดจากวงของแกนเหล็กสองวงวางชนกันที่ตำแหน่งของมุมของสามเหลี่ยม แกนเหล็กแบบทรีโอ้นั้นมีโครงสร้างของแกนเหล็กที่ดีกว่า เนื่องจาก ใช้วงแกนเหล็กมีรอยต่อและช่องว่างอากาศระหว่าง แกนเหล็กเพียง 3 รอยต่อ ซึ่งเมื่อเทียบกับหม้อแปลงปกติแกนเหล็กแบบวางเรียงนั้นจะมีจุดต่อรวมทั้งช่องอากาศหลายจุดทำให้เกิดความสูญเสียของแม่เหล็กสูงกว่า ทำให้ความสูญเสียขณะไม่มีโหลดและกระแสกระตุ้นเหล็กต่ำกว่า เสียงรบกวนฮัมขณะที่ใช้เงียบกว่ารุ่นธรรมดา ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าบางประเภท ลดความอันตรายของชีวิตและทรัพย์สินที่อยู่ใกล้เคียงได้คุ้มค่ามากที่สุด หม้อแปลงมีกระแสฮามอร์นิกส์ที่น้อยกว่าคงทนต่อสภาวะการลัดวงจรได้สูงสุด รวมทั้งยังลดความร้อนสะสมของการใช้งาน การเลือกใช้วัตถุดิบที่น้อยลงส่งผลให้ใช้พื้นที่ในการติดตั้งที่น้อยลง และมีน้ำหนักเบากว่าหม้อแปลงแบบปกติทั่วไป และนี่คือคุณสมบัติที่โดดเด่นของหม้อแปลงแบบทรีโอ้ที่พรีไซซคิดค้นและตระหนักถึงคุณค่าของพลังงานและสิ่งแวดล้อม “จุดพลังแห่งความรุ่งเรืองร่วมกัน”

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3137696

Related links

เฟดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมฟื้นตัว หลังหดตัวแรงในเดือนเม.ย.

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รายงานในวันนี้ว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของสหรัฐปรับตัวขึ้น 1.4% ในเดือนพ.ค. หลังจากหดตัว 12.5% ในเดือนเม.ย.

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมจะดีดตัวขึ้น 2.6% ในเดือนพ.ค.

การปรับตัวขึ้นของการผลิตภาคอุตสาหกรรมมีสาเหตุจากการที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ หลังมีการบังคับใช้เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ทั้งนี้ ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวม เป็นการวัดการปรับตัวของภาคโรงงาน, เหมืองแร่ และสาธารณูปโภค

การผลิตของภาคโรงงานดีดตัวขึ้น 3.8% ในเดือนพ.ค. ขณะที่ภาคสาธารณูปโภค และภาคเหมืองแร่ยังคงปรับตัวลง

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq28/3133970

Related links

‘KPMG’ กับกระบวนการผลิตใหม่ใน ‘ยุค New normal’

เจริญ ผู้สัมฤทธิ์เลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคพีเอ็มจีประเทศไทย เมียนมาร์ และลาว กล่าวว่า ความเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นเหล่านี้นำมาซึ่งค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการผลิตที่คาดว่าจะทำได้น้อยลง ซึ่งสามารถทำให้เกิดปัญหาด้านสภาพคล่องได้ แม้ว่าความต้องการทางตลาดจะเพิ่มขึ้นก็ตาม นอกจากผู้ผลิตจะต้องให้ความสำคัญด้านการพัฒนาขั้นตอนการดำเนินการแล้ว ยังต้องให้ความสำคัญด้านฐานะการเงินอีกด้วย เพื่อเพิ่มกระแสเงินสดท่ามกลางการปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายของปัจจุบัน

สภาพคล่องที่ฝืดเคืองในปัจจุบันอาจเกิดจากความต้องการบริโภคและยอดขายที่ลดลง เนื่องจากผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่น และรู้สึกถึงสภาวะทางเศรษฐกิจที่ถดถอย นอกจากนี้ ผู้ผลิตอาจต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายด้านการผลิตที่เพิ่มขึ้นอันเป็นสาเหตุมาจากประสิทธิภาพในการผลิตที่ลดลงเพราะมาตรการ Social distancing ต้นทุนชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้น ขั้นตอนการผลิตที่เพิ่มขึ้นและเปลี่ยนไปจากเดิม

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/884468

Related links

ร็อคเวล ออโตเมชั่น เปิดตัวระบบควบคุมเครื่องจักรใหม่

ระบบติดตามอัจฉริยะใหม่ iTRAK 5730 ช่วยเพิ่มอัตราการผลิตให้กับอุตสาหกรรมที่มีสินค้าหลายประเภท

ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มหลายรายในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทายในการบรรจุผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายลงในบรรจุภัณฑ์ที่แตกต่างกันโดยไม่ให้กระทบต่อประสิทธิภาพการผลิต วันนี้ iTRAK 5730 ระบบติดตามอัจฉริยะขนาดเล็กรุ่นใหม่จาก ร็อคเวล ออโตเมชั่น คือตัวช่วยสำคัญที่ตอบรับแนวโน้มการผลิตสินค้าหลากหลายประเภทให้มีอัตราการผลิตที่สูงขึ้น โดยอาศัยเทคโนโลยี Independent Cart มาเสริมให้เครื่องจักรทำงานได้อย่างชาญฉลาด ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3129190

Related links

แรงงาน 7.5 แสนคนระส่ำ อุตสาหกรรมยานยนต์ซมพิษโควิด-19 ปลดคนระนาว

อุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งค่ายรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ระส่ำพิษโควิด-19 ต้องทยอยปลดแรงงานในระบบที่มีกว่า 7.5 แสนคน ล่าสุดค่ายฟอร์ดและมาสด้าลดคนหันไปใช้เอาต์ซอร์สแทน ขณะที่ค่ายมิตซูบิชิเปิดโครงการสมัครใจออก ด้านนิสสันไม่ต่อสัญญากับพนักงานสัญญาจ้าง 300 คน ขณะที่ยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือน เม.ย.ทรุดตัวลงหนัก ทำยอดขายได้เพียง 33,300 คัน ตกต่ำสุดในรอบ 10 ปี ชงมาตรการรัฐช่วย

ที่มา thairat

Related links

TPLAS เดินเครื่องผลิตกล่องบรรจุอาหาร “B-LEAF” ส่งซิกโค้งแรกผลงานเป็นไปตามเป้า

บมจ.ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) หรือ TPLAS ลุยเดินไลน์ผลิตกล่องกระดาษบรรจุอาหาร ภายใต้ “B-LEAF” เป็นที่เรียบร้อยในปลายเม.ย.ที่ผ่านมาเฟสแรก ประเดิมการผลิต 650,000 กล่องต่อเดือน พร้อมตั้งเป้ายอดขายจากผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ดังกล่าวที่ระดับ 30 ล้านบาท ด้านผู้บริหาร “ธีระชัย ธีระรุจินนท์” ส่งซิก โค้งแรกผลการดำเนินงาน เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้ แม้เจอ วิกฤตCOVID-19 ก็ตาม ระบุ เตรียมแผนศึกษาการเพิ่มไลน์สินค้าใหม่อีก1-2 โปรดักส์ คาดได้ข้อสรุปในเร็วๆนี้

นายธีระชัย ธีระรุจินนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน) หรือ TPLAS เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมเดินเครื่องผลิตบรรจุภัณฑ์ ประเภทกล่องกระดาษบรรจุอาหาร ภายใต้แบรนด์ “B-LEAF” ช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมาโดยในช่วงเฟสแรก จะมีการผลิตโปรดักส์ดังกล่าว อยู่ที่ 650,000 กล่องต่อเดือน ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวเป็นไปตามแผนที่บริษัทฯ คาดการณ์ไว้ โดยตั้งเป้ายอดขายผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ในปีแรกไว้ประมาณ 30 ล้านบาท และคาดว่าหลังจากนี้จะทยอยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากดีมานด์ความต้องการใช้ของกลุ่มผู้บริโภคที่มีความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3121855

Related links