เอ็มจี หนุนคนไทยก้าวผ่านสถานการณ์ COVID-19 ชูกระบะพันธุ์ยักษ์ MG EXTENDER เป็นพาหนะคู่ใจลุยสร้างรายได้

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังเดินหน้าต่อ ส่งยนตรกรรมทุกรุ่นของเอ็มจีร่วมงาน Bangkok International Grand Motor Sale 2020 (Big Motor Sale 2020) มหกรรมยานยนต์ เพื่อขายวิถีใหม่ พร้อมโชว์ศักยภาพของรถกระบะ MG EXTENDER ที่สามารถดัดแปลงเป็นรถสำหรับค้าขายหรือขายของเคลื่อนที่เพื่อช่วยสร้างรายได้ รวมทั้งมอบข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน ระหว่างวันที่ 21-30 สิงหาคมนี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า สถานการณ์ COVID-19 นอกจากจะได้เห็นถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายในเร็ววันแล้ว ยังได้เห็นถึงกลยุทธ์ทางการตลาดวิถีใหม่จากหลากหลายธุรกิจที่สร้างการพัฒนาด้านต่างๆ ให้เกิดขึ้น โดยในส่วนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในช่วง 7 เดือนแรกที่ผ่านมา แม้ตลาดรถยนต์โดยรวมจะลดลงแต่บริษัทผู้ผลิตและธุรกิจที่เกี่ยวข้องยังคงมุ่งมั่นและตั้งใจในการนำพาอุตสาหกรรมยานยนต์ให้เดินหน้าต่อไปพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวอย่างเต็มกำลัง เช่นเดียวกับเอ็มจีที่ยังคงเดินหน้าตามแผนงานที่วางไว้ และหามาตรการต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือทั้งลูกค้าและผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา เอ็มจีมียอดขายรถยนต์รวมอยู่ที่ 13,214 คัน แบ่งเป็นยอดขายกลุ่มรถยนต์ SUV จำนวน 8,440 คัน กลุ่มรถเก๋ง 2,533 คัน และกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์ 2,241 คัน

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3153207

Related links

“วายดีเอ็ม” ร่วมทุน “กรังด์ปรีซ์” ผุดบริการโซลูชันรถครบวงจร

 “วายดีเอ็ม” ร่วมทุน “กรังด์ปรีซ์” ผุดบริษัทร่วมทุนลุยธุรกิจคาร์โซลูชัน ทั้งการทำตลาด-ขายรถยนต์ครบวงจร พร้อมเปิดแอปฯ เจาะผู้บริโภคให้บริการข้อมูลตลาดรถทั้งระบบ

นายธนพล ทรัพย์สมบูรณ์ ซีอีโอ บริษัท วายดีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ได้ร่วมทุนกับทางบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือจีพีไอ (GPI) เพื่อตั้งบริษัทใหม่ คือ ออโต้แมทริกซ์ โซลูชั่น จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการทำตลาดธุรกิจยานยนต์โดยเฉพาะ โดยให้บริการแบบ Total Marketing and Sale Solutions ทำการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์แบบครบวงจร พร้อมผนวกเทคโนโลยี BIG DATA และการันตียอดขาย โดยลงทุนเบื้องต้น 4 ล้านบาท

“ระบบของเราจะทำให้ค่ายรถยนต์สามารถโฟกัสตลาดได้ตรงกลุ่มเป้าหมายกับรถยนต์ และยังประหยัดงบโฆษณาได้มากไม่เหมือนอดีตที่แบบกระจายเหวี่ยงแหในวงกว้าง แต่เราสามารถช่วยลดงบตลาดได้ ซึ่งกลุ่มธุรกิจยานยนต์ใช้งบโฆษณามากที่สุดเทียบกับธุรกิจอื่น โดยในส่วนของงบออนไลน์ใช้มากถึง 3,000 กว่าล้านบาท จากมูลค่ารวม 12,000 ล้านบาท”

ขณะนี้มีผู้ประกอบการรถยนต์หลายรายให้ความสนใจเข้าระบบของเราแล้ว อย่างน้อย 3 แบรนด์ที่จะสรุปในปีนี้ จากตลาดรวมมีมากกว่า 30 แบรนด์

ที่มา https://mgronline.com/business/detail/9630000084643

Related links

ค่ายรถดีเซลวิ่งฝุ่นตลบ เลื่อนมาตรฐานไอเสียยูโร 5

ตามที่กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เสนอให้รัฐบาลขยับมาตรฐานไอเสียรถยนต์ใหม่ จากเดิมรถยนต์ที่ขายตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป ต้องผ่านมาตรฐานระดับยูโร 5 และปี พ.ศ. 2565 เป็นยูโร 6 (โดยไม่แบ่งว่าเป็นกลุ่มรถเล็ก คือ เก๋ง ปิกอัพ หรือรถใหญ่ คือ รถบรรทุก) ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นประเด็นที่กระทรวงอุตสาหกรรม ผลักดันให้บังคับใช้เร็วขึ้น หวังช่วยลดมลพิษ และฝุ่นพิษ PM2.5

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ อาศัยความเดือดร้อนในช่วงโควิด-19 และอ้างความพร้อมของมาตรฐานนํ้ามัน เพื่อขอความเห็นใจรัฐบาล ผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่มี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นั่งเป็นประธาน

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ เสนอให้พิจารณาข้อบังคับดังกล่าวใหม่ และขอให้เลื่อนมาตรฐานรถยนต์ยูโร 5 ไปเป็นปี 2568 และ ยูโร 6 ปี เป็นปี 2571 ขณะที่รถใหญ่​ (รถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไป) ขอเป็นยูโร 5 ปี​ 2569 และ ยูโร 6 ปี 2574

ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มีความเห็นในวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า ให้เลื่อนมาตรฐานไอเสียรถยนต์ ยูโร 5 ยูโร 6 ออกไป แต่ไม่ขยับระยะเวลาไปไกลตามที่กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ร้องขอ โดยยึดหลักตามมติ ครม.เดิม คือ ไม่แบ่งแยกรถเล็ก-รถใหญ่ และการขยับมาตรฐานจาก ยูโร 5 ไปเป็นยูโร 6 ยังคงห่างกัน 1 ปี

ในที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เห็นชอบให้รถยนต์มาตรฐาน ยูโร 5 เลื่อนออกไปเป็น ปี 2567 (เดิม พ.ศ. 2564) และ ยูโร 6 เป็นปี 2568 (เดิม พ.ศ. 2565) หรือขยับช้าออกไปอีก 3 ปี ส่วนมาตรฐานนํ้ามันยูโร 5 ยังคงเดิมที่ 1 มกราคม 2567 ซึ่งหลังจากนี้ต้องรอมติ อย่างเป็นทางการ(มีหนังสือเวียน) จากนั้นจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ประเด็นมาตรฐานรถยนต์ยูโร5 และ ยูโร 6 เริ่มพูดคุยมาตั้งแต่ปี 2558 และพอเจอปัญหา PM 2.5 ก็ถูกหยิบยกมาผลักดันให้มีความชัดเจน เสนอโดยกระทรวงอุตสาหกรรม และคุยในรายละเอียดกับบรรดาค่ายรถยนต์จบปลายปี 2562 จนออกมาเป็นมติครม.มีผลบังคับใช้ ยูโร 5 ในปี 2564 และ ยูโร 6 ในปี 2565 แต่ปีนี้มีบางค่ายรถยนต์พยายามเลื่อนมาตรฐานไอเสียนี้ออกไปอีก

ที่มา https://www.thansettakij.com/content/motor/444399

Related links