เดือนกรกฎาคม 2562 ผลิตรถยนต์ 170,847 คัน ลดลงร้อยละ 6.7

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนกรกฎาคม 2562 ดังต่อไปนี้

การผลิตจำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนกรกฎาคม 2562 มีทั้งสิ้น 170,847 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 6.7 จากการผลิตรถยนต์นั่งและรถกระบะเพื่อส่งออกที่ลดลงร้อยละ 18.59, 11.42 ตามลำดับ และผลิตรถยนต์นั่งเพื่อจำหน่ายในประเทศที่ลดลงร้อยละ 6.45 และลดลงจากเดือนมิถุนายน 2562 ร้อยละ 1.17

จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,236,792 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 0.23

รถยนต์นั่ง เดือนกรกฎาคม 2562 ผลิตได้ 65,735 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 11.7
ยอดผลิตของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 มีจำนวน 494,326 คัน เท่ากับร้อยละ 39.97 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 2.98

รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตัน ขึ้นไป ในเดือนกรกฎาคม 2562 ผลิตได้ 16 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 69.23 รวมเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 ผลิตได้ 233 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 0.43

รถยนต์บรรทุก เดือนกรกฎาคม 2562 ผลิตได้ทั้งหมด 105,096 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 3.24 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 ผลิตได้ทั้งสิ้น 742,233 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 1.68

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกรกฎาคม 2562 ผลิตได้ทั้งหมด 102,074 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 3.5 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 ผลิตได้ทั้งสิ้น 724,136 คัน เท่ากับร้อยละ 58.55 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 1.81 โดยแบ่งเป็น

– รถกระบะบรรทุก 200,741 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 0.39
– รถกระบะดับเบิลแค็บ 431,694 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 6.81
– รถกระบะ PPV 91,701 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 14.41
รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน – มากกว่า 10 ตัน เดือนกรกฎาคม 2562 ผลิตได้ 3,022 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 6.33 รวมเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 ผลิตได้ 18,097 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 3.15

ผลิตเพื่อส่งออก
เดือนกรกฎาคม 2562 ผลิตได้ 83,000 คัน เท่ากับร้อยละ 48.58 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 13.81 ส่วนเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 640,494 คัน เท่ากับร้อยละ 51.79 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากปี 2561 ระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 4.19

รถยนต์นั่ง เดือนกรกฎาคม 2562 ผลิตเพื่อการส่งออก 26,210 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 18.59 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 220,107 คัน เท่ากับร้อยละ 44.53 ของยอดผลิตรถยนต์นั่ง ซึ่งลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 9.8

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกรกฎาคม 2562 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 56,790 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 11.42 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 420,387 คัน เท่ากับร้อยละ 58.05 ของยอดการผลิตรถกระบะ ลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 0.96 โดยแบ่งเป็น

– รถกระบะบรรทุก 48,418 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 8.01
– รถกระบะดับเบิลแค็บ 318,821 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 5.67
– รถกระบะ PPV 53,148 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 24.2
ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ
เดือนกรกฎาคม 2562 ผลิตได้ 87,847 คัน เท่ากับร้อยละ 51.42 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 1.19 และเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 ผลิตได้ 596,298 คัน เท่ากับร้อยละ 48.21 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 4.4

รถยนต์นั่ง เดือนกรกฎาคม 2562 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 39,525 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 6.45 ยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 ผลิตได้ 274,219 คัน เท่ากับร้อยละ 55.47 ของยอดการผลิตรถยนต์นั่ง โดยเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 แล้ว เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.3

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกรกฎาคม 2562 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 45,284 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 8.67 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 ผลิตได้ทั้งสิ้น 303,749 คัน เท่ากับร้อยละ 41.95 ของยอดการผลิตรถกระบะ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 5.91 ซึ่งแบ่งเป็น

– รถกระบะบรรทุก 152,323 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 3.4
– รถกระบะดับเบิลแค็บ 112,873 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 10.16
– รถกระบะ PPV 38,553 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 4.14
รถจักรยานยนต์ เดือนกรกฎาคม 2562 ผลิตรถจักรยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 197,221 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 5.42 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 156,055 คัน ลดลงจากปี 2561 ร้อยละ 9.35 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 41,166 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ร้อยละ 13.23

ยอดการผลิตรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,455,684 คัน ลดลงจากปี 2561 ร้อยละ 4.18 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 1,131,469 คัน ลดลงจากปี 2561 ร้อยละ 7.19 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 324,215 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ร้อยละ 8.07

ยอดขาย
ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนกรกฎาคม 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 81,044 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว ร้อยละ 1.1 ยอดขายภายในประเทศลดลง จากการเข้มงวดที่มากขึ้นในการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์ของสถาบันการเงิน และลดลงจากเดือนมิถุนายน 2562 ร้อยละ 5.8

ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 148,723 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 11 แต่ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2562 ร้อยละ 1.1
ตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 รถยนต์มียอดขาย 604,814 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ในระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 5.9 ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 1,042,569 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 2.4

การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป
เดือนกรกฎาคม 2562 ส่งออกได้ 82,151 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 8.87 โดยส่งออกลดลงเกือบทุกตลาด ยกเว้นตลาดตะวันออกกลาง และตลาดยุโรป มีมูลค่าการส่งออก 40,330.53 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 19.14

– เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,663.80 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 28.29
– ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 15,248.31 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 27.92
– อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,146.66 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 0.57
รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนกรกฎาคม 2562 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 60,389.30 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 21.47

เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 642,012 คัน โดยส่งออกลดลงจากปี 2561 ในระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 1.55 มีมูลค่าการส่งออก 325,534.73 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 4.47

– เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 19,228.50 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 14.54
– ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 112,242.51 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 11.2
– อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 14,231.66 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 15.59
รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 471,237.39 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 6.97

รถจักรยานยนต์
เดือนกรกฎาคม 2562 มีจำนวนส่งออก 73,202 คัน (รวม CBU + CKD) เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 7.18 โดยมีมูลค่า 5,605.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 6

– ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 232.57 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 7.92
– อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 154.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 2.28
รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์ เดือนกรกฎาคม 2562 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ 5,992.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2561 ร้อยละ 5.28

เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 รถจักรยานยนต์ มีจำนวนส่งออก 566,528 คัน (รวม CBU + CKD) เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ร้อยละ 9.42 โดยมีมูลค่า 41,871.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ร้อยละ 19.96

– ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 1,611.80 ล้านบาท ลดลงจากปี 2561 ร้อยละ 24.77
– อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 826.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ร้อยละ 2.17
รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 44,310 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2561 ร้อยละ 17.05

เดือนกรกฎาคม 2562 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 66,381.87 ล้านบาท ลดลงจากปี 2561 ร้อยละ 19.63

เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 515,547.40 ล้านบาท ลดลงจากปี 2561 ร้อยละ 5.3

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3031471

Related links

เดือนมิถุนายน 2562 ผลิตรถยนต์ 172,878 คัน ลดลงร้อยละ 8.52

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนมิถุนายน 2562 ดังต่อไปนี้

การผลิตจำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนมิถุนายน 2562 มีทั้งสิ้น 172,878 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 8.52 และลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2562 ร้อยละ 4.66 จากการผลิตรถยนต์นั่งและรถกระบะเพื่อส่งออกที่ลดลงร้อยละ 10.57, 12.49 และผลิตรถยนต์นั่งและรถกระบะเพื่อจำหน่ายในประเทศที่ลดลงร้อยละ 7.7, 2.33 ตามลำดับ

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3016355

Related links

ดัชนีความเชื่อมั่นเอกชนสูงสุดรอบ6ปี ขยับเป้าผลิตรถยนต์หลังยอดขายพุ่ง!

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมเดือน ต.ค. อยู่ที่ระดับ 92.6 เพิ่มขึ้นจากระดับ 91.5 ในเดือน ก.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 3 เดือน ซึ่งมาจากคำสั่งซื้อของผู้ประกอบการรายกลางและขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้นช่วงปลายปีรองรับเทศกาลปีใหม่และคริสต์มาส

ขณะที่ราคาน้ำมันโลกก็ปรับตัวลดลงส่งผลดีต่อต้นทุนค่าขนส่ง ประกอบกับการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของรัฐส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ปรับขึ้นมาที่ระดับ 106.7 เพิ่มขึ้นจาก 106.1 ในเดือน ก.ย.เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 77 เดือน มีปัจจัยหนุนจากการที่ไทยจะมีการเลือกตั้งปีหน้า ที่จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป “ผู้ประกอบการยังกังวลต้นทุนผลิตที่สูงขึ้น รวมถึงสงครามการค้าจีนสหรัฐฯที่อาจกระทบส่งออกไทย อีกทั้งเงินบาทยังแข็งค่า ดังนั้น ภาครัฐควรออกมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายและการลงทุนในประเทศและส่งเสริมการค้าการลงทุนในอาเซียน”

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. กล่าวว่า ส.อ.ท.ได้ปรับเป้าการผลิตรถยนต์ปีนี้เป็น 2,100,000 คัน จากเป้าเดิม 2,080,000 คัน เพิ่มขึ้น 5.59% จากปีก่อนที่ผลิตได้ 1,988,823 คัน แยกเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศที่ปรับขึ้นอีก 20,000 คัน เท่ากับว่าตลอดทั้งปีนี้จะมียอดจำหน่ายรถยนต์ที่ผลิตได้ในประเทศทั้งสิ้น 1,000,000 คัน จากปีที่แล้วที่ผลิตและจำหน่ายได้ 862,391 คัน เนื่องจากประชาชนมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น และรถยนต์เป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีพของคนไทยยุคนี้ ขณะที่การผลิต เพื่อส่งออกยังคงเป้าเดิมที่ 1,100,000 คัน คิดเป็น 52.38% ของยอดผลิตทั้งหมดลดลง 2.35% จากปีก่อน “ยอดผลิตและจำหน่ายรถยนต์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรถกระบะส่งสัญญาณต่อเศรษฐกิจไทยที่เติบโต ซึ่งมาจากการที่รัฐช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย การลงทุนภาครัฐและเอกชนมีความมั่นใจมากขึ้น”

นายจงสวัสดิ์ จงวัฒน์ผล รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจ CEO Survey ทิศทางเศรษฐกิจปี 62 พบว่าผู้ประกอบการมองเศรษฐกิจปีหน้าขยายตัวและการเลือกตั้งจะสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีช่วยดึงดูดการลงทุนต่างชาติได้ และปีหน้าต้องการให้รัฐสนับสนุนให้ภาครัฐ รัฐวิสาหกิจใช้สินค้าจากผู้ผลิตในประเทศ และให้เร่งรัดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและโครงการอีอีซี เป็นต้น

ที่มา ไทยรัฐ

Related links