โตโยต้าประกาศสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แห่งแรกในเมียนมา

บริษัทโตโยต้า ผู้ผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นกล่าววันนี้ว่า จะเปิดโรงงานผลิตรถยนต์แห่งแรกในเมียนมา ในขณะที่ตลาดรถยนต์ในเมียนมากำลังเติบโตและรัฐบาลเพิ่มอัตราภาษีนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศ

โตโยต้ากล่าวว่า ทางบริษัทวางแผนที่จะผลิตรถโตโยต้ารุ่นไฮลักซ์ ที่โรงงานแห่งใหม่นี้ โดยจะเริ่มการผลิตในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2021 และจะลงทุนอีกเป็นมูลค่า 52.6 ล้านดอลลาร์ในโรงงานที่อยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษนอกเมืองย่างกุ้ง แต่ปริมาณการผลิตยังค่อนข้างน้อย เนื่องจากมีแผนการจะผลิตรถยนต์ไฮลักซ์ปีละ 2,500 คัน

โตโยต้าประกาศเรื่องโรงงานแห่งใหม่ในเมียนมา หลังจากที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์อื่น ๆ ได้ก่อสร้างโรงงานในเมียนมาไปแล้ว อย่างเช่น ซูซูกิ นิสสันและฟอร์ด รัฐบาลเมียนมาเริ่มประกาศใช้ข้อจำกัดเรื่องรถยนต์นำเข้าเมื่อปี 2017 ในขณะที่รถยนต์มีราคาลดลงทำให้ตลาดรถยนต์ในเมียนมาขยายตัว รถยนต์ใหม่เป็นจำนวนมากที่ผลิตในประเทศ สมาคมยานยนต์เมียนมากล่าวว่า การประกาศของโตโยต้าในเรื่องนี้สร้างความประหลาดใจ แต่ก็ยินดีกับข่าวนี้ รถยนต์ของโตโยต้า ได้รับความนิยมในเมียนมาแต่ส่วนใหญ่ที่อยู่ในท้องถนนเป็นรถยนต์มือ 2.-สำนักข่าวไทย

ที่มา https://tna.mcot.net/view/gd0eHGQNz

Related links

สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานลพบุรี ดำเนินการฝึกอบรม หลักสูตรยกระดับ สาขาช่างเชื่อมอาร์คโลหะด้วยมือ ระดับ1

สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานลพบุรี ดำเนินการฝึกอบรม หลักสูตรยกระดับ สาขาช่างเชื่อมอาร์คโลหะด้วยมือ ระดับ1 ระหว่างวันที่ 10 – 14 มิถุนายน 2562 จำนวน 30 ชั่วโมง ให้แก่ผู้ปฏิบัติงานด้านเชื่อมโลหะ ของสถานประกอบกิจการ บริษัท อุตสาหกรรมน้ำตาล ที.เอ็น. จำกัด จำนวน 20 คน ตามโครงการ เพิ่มศักยภาพแรงงานรองรับ Thailand 4.0 กิจกรรม เพิ่มศักยภาพแรงงานเตรียมเข้าสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายและอนาคต ณ อาคารฝึกงานช่างเชื่อมไฟฟ้า สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานลพบุรี

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3002864

Related links

สศอ. ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ประกาศความพร้อม Robotics Cluster Pavilion

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมผนึกกำลังทุกภาคส่วน แถลงขยายผลมาตรการขับเคลื่อนการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เพื่อยกระดับผลิตภาพของเศรษฐกิจไทย และความพร้อมของ Robotics Cluster Pavilion ในงาน แมนูแฟกเจอริ่ง เอ็กซ์โป 2019 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-22 มิถุนายน 2562 ณ ไบเทค บางนา พร้อมเปิดตัว Industrial Transformation Platform (ITP) แพลตฟอร์มดิจิทัล เชื่อมโยงผู้ประกอบการ ธนาคาร และผู้ให้บริการออกแบบระบบ (System Integrator: SI) พร้อมรวบรวมมาตรการส่งเสริมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้ในจุดเดียว ( One Stop Service)

ดร.ณัฐพล รังสิตพล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เผยมาตรการสนับสนุนการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (Robotics & Automation) โดยร่วมกับหน่วยงานภาคเอกชนจัดโครงการ Robotic Cluster Pavilion จุดประสงค์หลัก เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงมาตรการสนับสนุนต่าง ๆ ที่มีอย่างครบวงจรในจุดเดียว เริ่มต้นจากการขอรับการส่งเสริมการลงทุน การขอรับคำปรึกษา การประเมินความพร้อมและความคุ้มค่าในการลงทุน การจัดหาแหล่งเงินทุนและเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ รวมถึงการจับคู่ธุรกิจกับ System Integrator (SI) ซึ่งกิจกรรมนี้จัดขึ้นเป็นปีที่สอง โดยในปีที่ผ่านมามีผลตอบรับจากนักลงทุนและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่าง ๆ เป็นอย่างดี

ในปีนี้ กิจกรรมต่าง ๆ ภายในงานจะเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ผู้ประกอบการทุกขนาดสามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ของกระทรวงอุตสาหกรรม เช่น ระบบ I-industry และระบบ Single Form ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการขออนุมัติ/อนุญาตกับกระทรวงอุตสาหกรรม การขอรับบริการจากศูนย์ Industrial Transformation Center (ITC) ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม รวมถึงการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI และสมัครเข้าโปรแกรมสนับสนุนด้านเทคโนโลยีจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) นอกจากนี้ ยังมีธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ เข้าร่วมนำเสนอโปรแกรมสินเชื่อ ได้แก่ SME Bank ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย

ปี 2562 สศอ. ตั้งเป้าที่จะขยายผลการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติไปสู่ SMEs ในอุตสาหกรรม ต่าง ๆ ทั่วประเทศมากขึ้น เช่น อุตสาหกรรมเกษตร โดยมุ่งหวังให้เป็นเครื่องมือสำหรับเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนเพื่อดำเนินการ Smart farming โดยสถาบันไทย-เยอรมันได้เริ่มนำร่องในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 (อุบลราชธานี ศรีษะเกษ ยโสธร และอำนาจเจริญ) เพื่อสนับสนุนการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร เช่น การสนับสนุน Smart module เช่น ระบบเซ็นเซอร์ในการวัดตัวแปรหรือพารามิเตอร์ต่าง ๆ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการประเมินปัจจัยการผลิตอย่างคุ้มค่า ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรในระยะยาว รวมถึง มุ่งเป้าในการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานจำนวนมาก เช่น อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร และอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น

รศ.ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เผยความคืบหน้าแผนพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เป้าหมายระยะกลาง 5 ปี (ภายในปี 2564) ยกระดับเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนและมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ด้วยการลงทุนขยายตัว 2 แสนล้านบาท และการใช้หุ่นยนต์ในโรงงานมากกว่า 50 % / ระยะยาว 10 ปี (ภายในปี 2569) ไทยเป็นผู้นำในการผลิตและการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในอาเซียน โดยมีเทคโนโลยีเป็นของตนเองและส่งออกหุ่นยนต์

นายสมหวัง บุญรักษ์เจริญ ผู้อำนวยการสถาบันไทย-เยอรมัน และประธานคณะกรรมการศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (CoRE) แถลงผลการดำเนินงานหน่วยงาน CoRE ในปี 2561-2562 โรงงานจำนวน 229 โรงงาน ได้ปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต / ผู้ประกอบการจำนวน 65 บริษัทได้รับการส่งเสริมการลงทุนมูลค่ารวม 9,641 ล้านบาท และมีผู้ขอสินเชื่อ SME เพื่อปรับระบบรวม 20 ราย มูลค่ารวม 123.5 ล้านบาท / SI (System Integrator) ได้รับการอบรมและพัฒนาจำนวน 100 คน / ต้นแบบหุ่นยนต์ ได้รับการพัฒนามากถึง 5 ต้นแบบ สมาชิกหน่วยงานเครือข่าย จำนวน 15 แห่ง รวมถึงบุคลากรหรือผู้ใช้ จำนวนทั้งสิ้น 610 คน ก็ได้รับการฝึกอบรมและพัฒนาตามโปรแกรม

นายชัยพล มหามงคลสวัสดิ์ กรรมการบริหารฝ่ายจัดงานของสมาคมผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย (TARA) เผยจำนวนผู้ให้บริการออกแบบระบบ (System Integrator: SI) ที่มีศักยภาพ ณ ปัจจุบัน มีจำนวน 110 ราย โดย TARA ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 200 ราย ภายในสิ้นปีนี้ กิจกรรมพิเศษใน Robotics Cluster pavilion แสดงไลน์การผลิต 4.0 สำหรับ SME ด้วยการเชื่อมโยงการทำงานของเครื่องจักรเข้าด้วยกัน พร้อมให้คำปรึกษาและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญของสมาคมแก่ผู้ประกอบการที่มีความสนใจ หรือความต้องการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและเทคโนโลยี

อีกหนึ่งไฮไลท์ของ Robotics Cluster Pavilion ภายในงาน แมนูแฟกเจอริ่ง เอ็กซ์โป พร้อมเปิดตัว “Industrial Transformation Platform” ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรสำคัญ คือ หน่วยงานโรโบติกส์ เอไอ แอนด์ อินเทลลิเจนท์ โซลูชั่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (CoRE) เพื่อสร้าง Ecosystem ใหม่ของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ โดยเชื่อมโยงการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างครบวงจร และปรับปรุงกระบวนการทำงานจากเดิมที่แต่ละหน่วยงานทำงานแบบแยกส่วน เปลี่ยนผ่านเข้าสู่การทำงานร่วมกันบน Cyber Platform ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจและแก้ไขกระบวนการที่เป็นปัญหา (Pain point) ของผู้ประกอบการได้อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่การขอรับการสนับสนุนจากภาครัฐ การขอสินเชื่อเพื่อซื้อเครื่องจักรจากธนาคาร การเลือกหา SI ที่มีศักยภาพการประเมินความคุ้มค่าในการลงทุนจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตด้วยหุ่นยนต์ หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น โดยมีการเชื่อมโยงกับฐานข้อมูล I-industry และ single form ของกระทรวงอุตสาหกรรม / ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถลงทะเบียนจองสิทธิขอรับบริการ Cyber Industrial Platform ผ่านทางเวปไซต์ของงาน แมนูแฟกเจอริ่ง เอ็กซ์โป

ดร.พิชัยรัตน์ จิรานันรัตน์ ผู้อำนวยการโครงการ โรโบติกส์ เอไอ แอนด์ อินเทลลิเจนท์ โซลูชั่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการมุ่งเน้นความสำคัญกับการพัฒนากลไกและสร้างสภาพแวดล้อมโดยใช้เทคโนโลยีทางด้านวิทยาการหุ่นยนต์ รวมถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ในการบูรณาการและสนับสนุนในการขับเคลื่อน Industrial Transformation ไปสู่ Industry 4.0 ของประเทศไทย โดยกลไกลนี้มีรูปแบบการให้บริการแบบ One-Stop Service และเป็นตัวช่วยอำนวยความสะดวกให้กับทุกภาคส่วน ผ่านการเชื่อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลากหลายหน่วยงานด้วยกัน เช่น System Integrator ธนาคารในการจัดหาเงินทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) และศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในประเทศไทย (CoRE) เป็นต้น

นายสุทธิศักดิ์ วิลานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ จำกัด เผยถึงการจัดงานแมนูแฟกเจอริ่ง เอ็กซ์โป 2019 (เอ็มอี) ว่า งานแสดงสินค้าเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการผลักดันเทคโนโลยีสู่กลุ่มอุตสาหกรรม เพราะนอกจากผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสถึงสมรรถนะของเทคโนโลยีใหม่ ๆ แล้ว ผู้จัดแสดงก็มีการจัดรายการส่งเสริมการขายทั้งราคาและการบริการที่มากกว่าปกติ ซึ่งผู้เข้าชมงานสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างของแต่ละสินค้าได้ ทั้งยังเป็นเวทีที่สำคัญในการให้องค์ความรู้เพื่อประกอบการตัดสินใจ

กิจกรรมสัมมนา เจาะลึกขั้นตอนการขอรับสิทธิการลงทุน แนะนำการใช้งาน Industrial Transformation Platform เพื่อหาโซลูชั่นส์ที่เหมาะสมกับความพร้อมและงบประมาณ พร้อมจับคู่ SI พบตัวอย่าง Startup และรับฟังประสบการณ์ความสำเร็จ ที่จะมาแชร์วิธีคิดและวิเคราะห์ประกอบการการตัดสินใจจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมมาตรการตัวจริง

การจัดงานแมนูแฟกเจอริ่ง เอ็กซ์โป มหกรรมเทคโนโลยีและโซลูชั่น เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมและการผลิต ระหว่างวันที่ 19-22 มิถุนายน 2562 ณ ไบเทค บางนา มีบริษัท เข้าร่วมจัดแสดงกว่า 500 บริษัท 2,400 แบรนด์ จาก 46 ประเทศ ครอบคลุม 7 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมพลาสติก แม่พิมพ์และการขึ้นรูป เทคโนโลยีการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติและการประกอบ การเคลือบและเตรียมพื้นผิว การรับช่วงการผลิต

โดยมีกลุ่มเทคโนโลยีด้านระบบอัตโนมัติและการประกอบ เข้าร่วมแสดงกว่า 95 บริษัท มีแบรนด์หุ่นยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศรวมกว่า 27 แบรนด์ ซึ่งนับว่ามากที่สุดในภูมิภาค โดยใช้พื้นที่การจัดงานกว่า 46,000 ตารางเมตร คาดว่าตลอดทั้ง 4 วันจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 95,000 คน

Facebook
Twitter
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สศอ. ผนึกกำลังทุกภาคส่วนประกาศความพร้อม Robotics Cluster Pavilion ยกระดับผลิตภาพอุตสาหกรรมไทย
ภาพข่าว: อสมท ร่วมกับ ปตท. จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ MCOT – ABU ชิงชนะเลิศประเทศไทย ประจำปี 2562
‘วรีมน ปุรผาติ’ทิ้งลิปสติก มาสร้างหุ่นยนต์
ยืนหนึ่ง!! ทีมลูกเจ้าแม่คลองประปา DPU กวาดรางวัลแชมป์และรองแชมป์หุ่นยนต์ ส.ส.ท.ปี62
ส.ส.ท. จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ประจำปี 2562 เฟ้นหาสุดยอดเยาวชน นักนวัตกรรมหุ่นยนต์
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง
BOT สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ไบเทค บางนา หุ่นยนต์ มาตรการ เศรษฐกิจไทย ประกาศ CS

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/2999855

Related links

กสอ. โชว์ศักยภาพผู้ประกอบการอุตฯ อาหาร ในงานมหกรรมอาหาร

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) โชว์ศักยภาพผู้ประกอบการ อุตสาหกรรมอาหารในงาน “DIP Feel Food เทศกาลพาชิม พาชอป” พร้อมเดินหน้ามุ่งเน้นส่งเสริม การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีแปรรูปอาหาร เพิ่มมูลค่าสินค้า ผลักดันคุณภาพมาตรฐาน ขยายฐานตลาดสู่สากล คาดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารไทยในปี  พ.ศ. 2562 ตามข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์ มีแนวโน้มจะขยายตัวเพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.5 ขณะที่ราคาสินค้าอาหารโดยเฉลี่ย (วัดจากราคาผู้ผลิต) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 0.5 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้การผลิตอุตสาหกรรมอาหารไทยในปีนี้มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น คือ การที่ผู้ประกอบการไทยขยายการลงทุนและนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งสอดรับกับการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคในปัจจุบัน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เป็นอีกหน่วยงานที่ให้ความสำคัญในการพัฒนาส่งเสริมศักยภาพ  และยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย รวมถึงมุ่งเน้นการเพิ่มผลิตภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์อาหารโดยใช้วัตถุดิบภายในประเทศที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก และสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล โดยได้ดำเนินงานผ่านโครงการ/กิจกรรมต่าง ๆ มากมาย เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปด้วยเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม การพัฒนาระบบมาตรฐานในอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปสู่สากล รวมถึงการเตรียมพร้อมขอรับรองมาตรฐานสากล การสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้เกิดการเพิ่มโอกาสขยายช่องทางตลาดธุรกิจอาหารแปรรูป โดยเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพไปจัดแสดงสินค้าและจับคู่ธุรกิจ (Business Matching)  ณ งานจัดแสดงสินค้าอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปนานาชาติในต่างประเทศอีกด้วย

สำหรับการจัดงานมหกรรมอาหาร “DIP Feel Food เทศกาลพาชิม พาชอป” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 7 มิถุนายน พ.ศ. 2562 โดยมีผู้ประกอบการร้านค้าที่เคยเข้ารับการอบรม ส่งเสริม สนับสนุน จาก กสอ.ผ่านโครงการต่าง ๆ จำนวนกว่า 50 ร้าน มาร่วมออกบูทจำหน่ายสินค้า โดยแบ่งเป็นอาหารแปรรูปจากผักและผลไม้ อาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ เช่น ผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปจากกลุ่ม TAF (Thai SMEs Agri – Food Cluster) อาหาร-เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เช่น ไส้กรอกอีสานไขมันต่ำ ว่านหางจระเข้ผสมน้ำผลไม้ น้ำผักผลไม้ปั่นสกัดเย็น ขนมไทย ไกลหวาน ฯลฯ และยังมีอาหารปรุงสด และคาราวานฟู้ดทรัคที่นำอาหารนานาชนิดมาจำหน่ายหมุนเวียนตลอด 4 วัน ทั้งนี้ คาดว่าจะมีเงินสะพัดภายในงานไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท นายกอบชัยกล่าวทิ้งท้าย

ผู้ที่สนใจสามารถมาเลือกซื้อ เลือกชิม เลือกชอป ได้ที่ ห้องนิทรรศการและบริเวณลานจอดรถ ชั้น 1  อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 ราชเทวี ตั้งแต่เวลา 08.30 – 15.00 น.

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/2998280

Related links

K-Startup Grand Challenge

หน่วยงานสนับสนุนอุตสาหกรรมไอทีแห่งชาติเกาหลีใต้ หรือ NIPA ประกาศเชิญชวนให้ธุรกิจสตาร์ทอัพสมัครเข้าร่วมโครงการ K-Startup Grand Challenge (“KSGC or KSGC 2019”) ประจำปี 2562 โดยโครงการ KSGC ที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2559 เป็นโครงการที่สนับสนุนโดยรัฐบาลเกาหลีใต้ ซึ่งดูแลและจัดการร่วมกันกับหน่วยงาน อื่นๆ อีกมากมาย โดยกระทรวงเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ ตลอดจนหน่วยงานสนับสนุนอุตสาหกรรมไอทีแห่งชาติเกาหลีใต้ หรือ NIPA โดยมีวัตถุประสงค์ในการประชาสัมพันธ์การขยายการเติบโตของการเปิดระบบการเป็นผู้ประกอบการในเอเชีย

คุณสมบัติของธุรกิจสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการมีดังนี้ สมัครได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2562 http://kicc.sg/kstartupgc-2019/ ผู้สมัครต้องเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีอายุน้อยกว่า 7 ปี หรือเคยเป็นผู้ประกอบการมาก่อน ซึ่งต้องเป็นผู้ที่ถือสัญชาติต่างชาติหรือเป็นชาวเกาหลีที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ.

ที่ : https://www.ryt9.com/s/tpd/2996978

Related links

พันธมิตรภาครัฐ องค์กรภาคธุรกิจ-อุตสาหกรรม และ ยูบีเอ็ม เอเชีย ร่วมจัดแถลงข่าวการจัดงานโพรแพ็ค เอเชีย 2019

นางวันเพ็ญ รัตนกังวาล ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม (ที่สองขวามือ) ผศ. ดร. อาณดี นิติธรรมยง นายกสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย (ที่สองซ้ายมือ) นายธงชัย ศิริธร กรรมการบริหาร สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย (คนแรกซ้ายมือ) นายสินชัย เทียนศิริ ผู้อำนวยการ สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (คนแรกขวามือ) และ นายจัสติน พาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัทยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด (คนกลาง) ร่วมกันจัดงานแถลงข่าวการจัดงานโพรแพ็ค เอเชีย 2019 ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมกระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์แห่งอนาคต (The Future of Processing & Packaging Innovation)” โดยมีองค์กรและบริษัทชั้นนำจากทั่วโลกร่วมจัดแสดงงานกว่า 2,000 ราย พร้อมนำนวัตกรรมเทคโนโลยีเครื่องจักรและโซลูชั่นร่วมจัดแสดงกว่า 20,000 รายการ งานโพรแพ็ค เอเชีย 2019 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-15 มิถุนายน 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/2993918

Related links

แหล่งข่าวเผยสมาร์ทโฟน หัวเว่ย จะไม่สามารถอัพเดตระบบปฏิบัติการ Android ได้ หลังถูกทรัมป์สั่งแบน

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดว่า บริษัทอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล (Google) ได้ระงับการทำธุรกิจกับบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ ผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายรายใหญ่ของจีน หลังจากที่สำนักงานอุตสาหกรรมและความมั่นคง (BIS) ซึ่งสังกัดกระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้รวมหัวเว่ยและบริษัทในเครือไว้ในรายชื่อบริษัทใน “Entity List” ซึ่งเป็นบัญชีรายชื่อของบริษัทด้านการสื่อสารโทรคมนาคมที่ถูกสั่งห้ามไม่ให้บริษัทของสหรัฐเข้าซื้ออุปกรณ์ต่างๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะส่งผลให้สมาร์ทโฟนของหัวเว่ยไม่สามารถอัพเดตระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) ตลอดจนเข้าถึงแอปพลิเคชันยอดนิยมอย่าง Google Play Store, Gmail และ  YouTube ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของกูเกิลได้

แหล่งข่าวระบุว่า “หัวเว่ยจะใช้งานได้แค่แอนดรอยด์เวอร์ชั่นสาธารณะ และจะไม่สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันและบริการที่เป็นกรรมสิทธิ์ของกูเกิลได้อีกต่อไป”
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติเพื่อห้ามบริษัทของสหรัฐจากการใช้เทคโนโลยีและบริการด้านการสื่อสารโทรคมนาคมของบริษัทที่สหรัฐเชื่อว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ ซึ่งเป็นการดำเนินการที่พุ่งเป้าอย่างชัดเจนไปที่บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ ของจีน

ต่อมา กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้นำชื่อของหัวเว่ย และบริษัทในเครือ 70 แห่ง เข้ารวมอยู่ใน “Entity List” ซึ่งเป็นบัญชีรายชื่อของบริษัทเทเลคอมที่ถูกสั่งห้ามไม่ให้บริษัทของสหรัฐเข้าซื้ออุปกรณ์ต่างๆโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐ โดยการดำเนินการดังกล่าวจะสร้างความยากลำบากให้กับบริษัทหัวเว่ยในการขายผลิตภัณฑ์ เนื่องจากหัวเว่ย ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ด้านการสื่อสารโทรคมนาคมรายใหญ่สุดของโลก ต้องพึ่งพาบรรดาซัพพลายเออร์ในสหรัฐ

ขณะที่ หัวเว่ยออกมาตอบโต้ผ่านแถลงการณ์ที่ส่งให้กับสำนักข่าวซินหัวว่า การตัดสินใจนี้ไม่เป็นประโยชน์กับฝ่ายใด และจะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมากต่อบริษัทของสหรัฐซึ่งทำธุรกิจกับหัวเว่ย กระทบตำแหน่งงานในสหรัฐหลายหมื่นตำแหน่ง และขัดขวางความร่วมมือในปัจจุบัน และความไว้วางใจซึ่งกันและกันที่มีอยู่ในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก

แถลงการณ์ระบุว่า หัวเว่ยจะหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวในทันที และหาทางออกต่อประเด็นนี้ รวมทั้งจะพยายามในเชิงรุกเพื่อลดผลกระทบของเหตุการณ์นี้

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq38/2992375

Related links

Universal Fibers เปิดโรงงานผลิตแห่งใหม่ในยุโรป

Universal Fibers, Inc. เฉลิมฉลองการเปิดโรงงานแห่งใหม่ในยุโรป เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2562 โดยมีลูกค้าจากทั่วโลกและพันธมิตรอุตสาหกรรม รวมถึงผู้นำและเจ้าหน้าที่จากอร์ซูฟ เวียลคอปอลสกี ประเทศโปแลนด์ เข้าร่วมงาน

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เปิดโรงงานผลิตแห่งใหม่ที่นี่ในโปแลนด์ ด้วยการสนับสนุนจากลูกค้าผู้มีเกียรติในยุโรป” Marc Ammen ซีอีโอของ Universal Fiber Systems กล่าว “การเปิดโรงงานแห่งนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์การเติบโตทั่วโลกของเราที่เริ่มขึ้นเมื่อปี 2552 ด้วยการขยายตัวเข้าสู่เอเชีย และสหราชอาณาจักรในเวลาต่อมา ทำให้นับตั้งแต่นั้น เราตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น และเราชนะใจลูกค้าด้วยผลิตภัณฑ์ คุณภาพ และการบริการชั้นนำในอุตสาหกรรม”

โรงงานผลิตแห่งนี้ดำเนินการอย่างครบวงจรตั้งแต่การการอัดขึ้นรูป จนถึงเส้นด้ายสำเร็จรูปจากเคมีหลากชนิด ซึ่งรวมถึงไนลอน 6 และ 66 โดยให้บริการแก่ผู้ผลิตพรมในยุโรปทั้งเชิงพาณิชย์ ที่อยู่อาศัย และยานยนต์ “โรงงานแห่งใหม่นี้นับเป็นอีกการลงทุนจากความมุ่งมั่นของเราในการส่งมอบคุณภาพและการบริการระดับสูงสุดแก่ลูกค้าของเรา” Phil Harmon ประธานบริษัท Universal Fibers กล่าว “ในฐานะบริษัทระดับโลก ตอนนี้เทคโนโลยีชั้นนำของเราจากสหรัฐอเมริกาและเอเชียถูกนำมาใช้ในตลาดยุโรป เรารู้สึกพอใจอย่างยิ่งกับการลงทุนครั้งนี้ ซึ่งจะปูทางให้ Universal Fibers ขยายตัวต่อไปในภูมิภาค”

“Universal Fibers เป็นหนึ่งในสองธุรกิจของ Universal Fiber Systems” Marc Ammen กล่าว “เนื่องจากบริษัทของเรายังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โรงงานแห่งนี้จึงช่วยต่อยอดโอกาสจากโรงงานในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และจีน สำหรับ Premiere Fibers ซึ่งเป็นธุรกิจที่สองของเรา”

เกี่ยวกับ Universal Fibres, Inc.
Universal Fibres, Inc. เป็นหนึ่งในสองธุรกิจของ Universal Fiber Systems, LLC โดยมี Premiere Fibers, Inc. เป็นธุรกิจที่สอง บริษัทตั้งอยู่ที่เมืองบริสตอล รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา และมีโรงงานผลิตในยุโรป ไทย และจีน Universal Fibres, Inc. เป็นผู้นำระดับโลกด้านการผลิตเส้นใยสังเคราะห์คุณภาพสูงที่ใช้สีย้อมสำหรับอุตสาหกรรมการปูพื้น การขนส่ง และเส้นใยอุตสาหกรรม

Universal Fibers(R) | ISO 9001, 14001 | Bristol, Virginia USA | Taicang, China
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อที่โทร. +1.276.669.1161 อีเมล info@unversalfibers.com หรือเว็บไซต์ www.universalfibers.com

สื่อมวลชนติดต่อ:
Denise Rushing
โทร: +1.423.752.4687 ต่อ 317
อีเมล: drushing@ndp-agency.com

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/anpi/2991515

Related links

กสอ. โชว์ผลสำเร็จ ศูนย์ Thai-IDC 3 ปี สร้างเครือข่ายนักออกแบบกว่า 1,700 ราย

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) โชว์ผลสำเร็จ ศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Thailand Industrial Design Center: Thai-IDC) สร้างเครือข่ายนักออกแบบกว่า 1,700 ราย สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกว่า 7,400 ล้านบาท เร่งผลักดันต่อเนื่องเพิ่มศักยภาพการออกแบบและพัฒนาสินค้า เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เสริมสร้างไอเดีย สร้างสรรค์ SMEs ไทย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งจัดงาน Creative Land ภายใต้ แนวคิด “YOUNGTHAI…อย่างไทย” เพื่อแสดงผลงานการออกแบบของนักออกแบบผลิตภัณฑ์ ภายใต้เครือข่ายนักออกแบบที่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาจากศูนย์ Thai-IDC เน้นเสริมสร้างแนวคิดเพื่อพัฒนาศักยภาพในการใช้เครื่องมือการออกแบบพัฒนาสินค้าไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะเปลี่ยนสินค้าธรรมดาให้กลายเป็นสินค้าชิ้นพิเศษ การออกแบบสินค้าให้โดดเด่น ดึงดูดใจจะช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าได้เร็วขึ้น ซึ่ง กสอ. เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว จึงมีการก่อตั้ง “ศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Thailand Industrial Design Center: Thai-IDC) ขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 นอกจากกิจกรรมหลักที่เน้นการให้บริการด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์แก่ SMEs ซึ่งมีเครือข่ายนักออกแบบให้บริการอยู่ประมาณ 80 คน ภารกิจอีกด้าน คือ การสร้างนักออกแบบหน้าใหม่ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในการสร้างสรรค์งานที่มีนวัตกรรมและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้ามากขึ้น รวมทั้งเกิดความเข้มแข็งในการพัฒนาระบบด้านการออกแบบในภาคอุตสาหกรรม สามารถเชื่อมโยงผู้รับบริการกับนักออกแบบที่มีความรู้ความสามารถในการออกแบบแต่ละด้านได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมที่จะก้าวสู่ตลาดสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในเชิงรับและเชิงรุกต่อไป โดยที่ผ่านมา ศูนย์ Thai-IDC สามารถสร้างนักออกแบบได้กว่า 1,700 ราย ทางศูนย์ ฯ จึงได้มีการสร้างเครือข่ายนักออกแบบของศูนย์ Thai-IDC เพื่อรวบรวมนักออกแบบเป็นเครือข่ายเพื่อให้บริการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ Product Design แก่ผู้ประกอบการที่มีปัญหาด้านการออกแบบ และเข้ามาขอรับบริการที่ศูนย์ Thai-IDC ซึ่งได้ให้คำปรึกษาแนะนำด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปแล้วกว่า 2,500 ผลิตภัณฑ์ และให้บริการด้านกระตุ้นและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาแนวคิดด้านการออกแบบไปแล้วกว่า 5,000 ราย สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจโดยรวมกว่า 7,400 ล้านบาท นอกจากนี้ ศูนย์ Thai-IDC ยังมุ่งเน้นที่จะให้เกิดการรวมตัวเครือข่ายนักออกแบบให้มากขึ้น เพื่อให้บริการต่อ SMEs และเสริมสร้างแนวคิด เพื่อพัฒนาศักยภาพในการใช้เครื่องมือการออกแบบพัฒนาสินค้าไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลต่อไป

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรวบรวมนักออกแบบเป็นเครือข่าย สำหรับให้บริการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ Product Design แก่ผู้ประกอบการที่มีปัญหาด้านการออกแบบ และเข้ามาขอรับบริการที่ศูนย์ Thai-IDC ได้ จึงมีการจัดงาน Creative Land ขึ้น ภายใต้แนวคิด “YOUNGTHAI…อย่างไทย” เพื่อแสดงผลงานการออกแบบของนักออกแบบผลิตภัณฑ์ภายใต้เครือข่ายนักออกแบบศูนย์ Thai-IDC โดยภายในงานได้จัดแสดงผลงานการออกแบบคอลเลคชั่นเสื้อผ้าไทยระดับสากลและผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลงานของนักออกแบบในเครือข่าย การจัดกิจกรรม Workshop ออกแบบผลิตภัณฑ์ กิจกรรมการกระตุ้นไอเดียสร้างสรรค์แบบ DIY กิจกรรมสร้างสรรค์ในรูปแบบ Street Art พร้อมทั้งการจัดสัมมนาความรู้ด้านการออกแบบและเทคนิคการตลาดสำหรับสินค้าสร้างสรรค์ การให้บริการคำปรึกษาแนะนำด้านการเงินและช่องทางการตลาดออนไลน์ เป็นต้น นายกอบชัย กล่าว

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงาน “Young Thai…อย่างไทย” และชมการแสดงผลงานนักออกแบบ การจัดอบรมสัมมนา ร่วมกิจกรรม Workshop และเลือกซื้อสินค้าต่าง ๆ ได้ ระหว่างวันที่ 8-10 พฤษภาคมนี้ ณ บริเวณอาคารศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Thai-IDC) และบริเวณโดยรอบในพื้นที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/2987935

Related links

บูห์เล่อร์ ชี้ทางออกแก้ผลผลิตเกษตรราคาตก

บูห์เล่อร์ ผู้ผลิตเครื่องจักรแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรระดับโลก แนะผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารของไทยใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีเครื่องจักรสมัยใหม่พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับโลก โดยเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์อาหารของไทยและเป็นทางออกในการแก้ปัญหาพืชผลเกษตรราคาตก ล่าสุดเตรียมขนนวัตกรรมเทคโนโลยีเครื่องจักรโชว์และให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารของไทยในงานโพรแพ็ค เอเชีย 2019

นายฉัตร แสงหิรัญ เจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท บูห์เล่อร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้นำด้านวิศวกรรมเครื่องจักรแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรระดับโลกที่มีความเชียวชาญและมีประสบการณ์กว่า 150 ปี จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กล่าวถึงการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของไทยว่า เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากเพราะการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารในวันนี้ไม่ใช่เพียงแข่งขันกันเฉพาะภายในประเทศเท่านั้น แต่เป็นการแข่งขันกับผู้ผลิตจากทั่วโลก ซึ่งผู้บริโภคมีความต้องการสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัย สะอาด และสะดวกต่อการบริโภค

ประเทศไทยถือว่ามีความได้เปรียบในการเป็นผู้ผลิตอาหารแปรรูปในหลายประเทศ เนื่องจากเป็นพื้นที่ผลิตวัตถุดิบด้านการเกษตรเพื่อนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ซึ่งประเทศไทยมีความแข็งแกร่งเรื่องวัตถุดิบประเภทแป้งและข้าว โจทย์คือทำอย่างไรจึงจะนำเอาวัตถุดิบเหล่านี้มาคิดค้นพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารซึ่งเป็นที่ต้องการของโลก เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยควบคุมน้ำหนักและดีต่อสุขภาพ โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการผลิตเพื่อยกระดับมาตรฐานและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ให้สูงขึ้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่วัตถุดิบดังกล่าวแล้วยังช่วยแก้ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรในประเทศที่ตกต่ำได้อีกด้วย

บูห์เล่อร์ เป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการค้นคว้าวิจัยและคิดค้นนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่โดยมีการลงทุนในส่วนนี้ถึง 5% ของรายได้รวมทำให้เรามีความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีในการผลิตเครื่องจักรแปรรูปผลิตภัณฑ์เป็นอันดับต้นระดับโลก ล่าสุดเตรียมนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่มาจัดแสดงและเปิดตัวในงานโพรแพ็ค เอเชีย 2019 งานแสดงสินค้าด้านกระบวนการผลิตแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-15 มิถุนายน 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ โดยทางบริษัทฯ พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเหลือผู้ประกอบการที่สนใจในด้านการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปเพื่อแข่งขันในระดับโลกอีกด้วย

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/2985847

Related links