K-Startup Grand Challenge

หน่วยงานสนับสนุนอุตสาหกรรมไอทีแห่งชาติเกาหลีใต้ หรือ NIPA ประกาศเชิญชวนให้ธุรกิจสตาร์ทอัพสมัครเข้าร่วมโครงการ K-Startup Grand Challenge (“KSGC or KSGC 2019”) ประจำปี 2562 โดยโครงการ KSGC ที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2559 เป็นโครงการที่สนับสนุนโดยรัฐบาลเกาหลีใต้ ซึ่งดูแลและจัดการร่วมกันกับหน่วยงาน อื่นๆ อีกมากมาย โดยกระทรวงเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ ตลอดจนหน่วยงานสนับสนุนอุตสาหกรรมไอทีแห่งชาติเกาหลีใต้ หรือ NIPA โดยมีวัตถุประสงค์ในการประชาสัมพันธ์การขยายการเติบโตของการเปิดระบบการเป็นผู้ประกอบการในเอเชีย

คุณสมบัติของธุรกิจสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการมีดังนี้ สมัครได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2562 http://kicc.sg/kstartupgc-2019/ ผู้สมัครต้องเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีอายุน้อยกว่า 7 ปี หรือเคยเป็นผู้ประกอบการมาก่อน ซึ่งต้องเป็นผู้ที่ถือสัญชาติต่างชาติหรือเป็นชาวเกาหลีที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ.

ที่ : https://www.ryt9.com/s/tpd/2996978

Related links

พันธมิตรภาครัฐ องค์กรภาคธุรกิจ-อุตสาหกรรม และ ยูบีเอ็ม เอเชีย ร่วมจัดแถลงข่าวการจัดงานโพรแพ็ค เอเชีย 2019

นางวันเพ็ญ รัตนกังวาล ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม (ที่สองขวามือ) ผศ. ดร. อาณดี นิติธรรมยง นายกสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย (ที่สองซ้ายมือ) นายธงชัย ศิริธร กรรมการบริหาร สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย (คนแรกซ้ายมือ) นายสินชัย เทียนศิริ ผู้อำนวยการ สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (คนแรกขวามือ) และ นายจัสติน พาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัทยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด (คนกลาง) ร่วมกันจัดงานแถลงข่าวการจัดงานโพรแพ็ค เอเชีย 2019 ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมกระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์แห่งอนาคต (The Future of Processing & Packaging Innovation)” โดยมีองค์กรและบริษัทชั้นนำจากทั่วโลกร่วมจัดแสดงงานกว่า 2,000 ราย พร้อมนำนวัตกรรมเทคโนโลยีเครื่องจักรและโซลูชั่นร่วมจัดแสดงกว่า 20,000 รายการ งานโพรแพ็ค เอเชีย 2019 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-15 มิถุนายน 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/2993918

Related links

แหล่งข่าวเผยสมาร์ทโฟน หัวเว่ย จะไม่สามารถอัพเดตระบบปฏิบัติการ Android ได้ หลังถูกทรัมป์สั่งแบน

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดว่า บริษัทอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล (Google) ได้ระงับการทำธุรกิจกับบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ ผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายรายใหญ่ของจีน หลังจากที่สำนักงานอุตสาหกรรมและความมั่นคง (BIS) ซึ่งสังกัดกระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้รวมหัวเว่ยและบริษัทในเครือไว้ในรายชื่อบริษัทใน “Entity List” ซึ่งเป็นบัญชีรายชื่อของบริษัทด้านการสื่อสารโทรคมนาคมที่ถูกสั่งห้ามไม่ให้บริษัทของสหรัฐเข้าซื้ออุปกรณ์ต่างๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะส่งผลให้สมาร์ทโฟนของหัวเว่ยไม่สามารถอัพเดตระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) ตลอดจนเข้าถึงแอปพลิเคชันยอดนิยมอย่าง Google Play Store, Gmail และ  YouTube ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของกูเกิลได้

แหล่งข่าวระบุว่า “หัวเว่ยจะใช้งานได้แค่แอนดรอยด์เวอร์ชั่นสาธารณะ และจะไม่สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันและบริการที่เป็นกรรมสิทธิ์ของกูเกิลได้อีกต่อไป”
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติเพื่อห้ามบริษัทของสหรัฐจากการใช้เทคโนโลยีและบริการด้านการสื่อสารโทรคมนาคมของบริษัทที่สหรัฐเชื่อว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ ซึ่งเป็นการดำเนินการที่พุ่งเป้าอย่างชัดเจนไปที่บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ ของจีน

ต่อมา กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้นำชื่อของหัวเว่ย และบริษัทในเครือ 70 แห่ง เข้ารวมอยู่ใน “Entity List” ซึ่งเป็นบัญชีรายชื่อของบริษัทเทเลคอมที่ถูกสั่งห้ามไม่ให้บริษัทของสหรัฐเข้าซื้ออุปกรณ์ต่างๆโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐ โดยการดำเนินการดังกล่าวจะสร้างความยากลำบากให้กับบริษัทหัวเว่ยในการขายผลิตภัณฑ์ เนื่องจากหัวเว่ย ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ด้านการสื่อสารโทรคมนาคมรายใหญ่สุดของโลก ต้องพึ่งพาบรรดาซัพพลายเออร์ในสหรัฐ

ขณะที่ หัวเว่ยออกมาตอบโต้ผ่านแถลงการณ์ที่ส่งให้กับสำนักข่าวซินหัวว่า การตัดสินใจนี้ไม่เป็นประโยชน์กับฝ่ายใด และจะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมากต่อบริษัทของสหรัฐซึ่งทำธุรกิจกับหัวเว่ย กระทบตำแหน่งงานในสหรัฐหลายหมื่นตำแหน่ง และขัดขวางความร่วมมือในปัจจุบัน และความไว้วางใจซึ่งกันและกันที่มีอยู่ในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก

แถลงการณ์ระบุว่า หัวเว่ยจะหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวในทันที และหาทางออกต่อประเด็นนี้ รวมทั้งจะพยายามในเชิงรุกเพื่อลดผลกระทบของเหตุการณ์นี้

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq38/2992375

Related links

Universal Fibers เปิดโรงงานผลิตแห่งใหม่ในยุโรป

Universal Fibers, Inc. เฉลิมฉลองการเปิดโรงงานแห่งใหม่ในยุโรป เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2562 โดยมีลูกค้าจากทั่วโลกและพันธมิตรอุตสาหกรรม รวมถึงผู้นำและเจ้าหน้าที่จากอร์ซูฟ เวียลคอปอลสกี ประเทศโปแลนด์ เข้าร่วมงาน

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เปิดโรงงานผลิตแห่งใหม่ที่นี่ในโปแลนด์ ด้วยการสนับสนุนจากลูกค้าผู้มีเกียรติในยุโรป” Marc Ammen ซีอีโอของ Universal Fiber Systems กล่าว “การเปิดโรงงานแห่งนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์การเติบโตทั่วโลกของเราที่เริ่มขึ้นเมื่อปี 2552 ด้วยการขยายตัวเข้าสู่เอเชีย และสหราชอาณาจักรในเวลาต่อมา ทำให้นับตั้งแต่นั้น เราตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น และเราชนะใจลูกค้าด้วยผลิตภัณฑ์ คุณภาพ และการบริการชั้นนำในอุตสาหกรรม”

โรงงานผลิตแห่งนี้ดำเนินการอย่างครบวงจรตั้งแต่การการอัดขึ้นรูป จนถึงเส้นด้ายสำเร็จรูปจากเคมีหลากชนิด ซึ่งรวมถึงไนลอน 6 และ 66 โดยให้บริการแก่ผู้ผลิตพรมในยุโรปทั้งเชิงพาณิชย์ ที่อยู่อาศัย และยานยนต์ “โรงงานแห่งใหม่นี้นับเป็นอีกการลงทุนจากความมุ่งมั่นของเราในการส่งมอบคุณภาพและการบริการระดับสูงสุดแก่ลูกค้าของเรา” Phil Harmon ประธานบริษัท Universal Fibers กล่าว “ในฐานะบริษัทระดับโลก ตอนนี้เทคโนโลยีชั้นนำของเราจากสหรัฐอเมริกาและเอเชียถูกนำมาใช้ในตลาดยุโรป เรารู้สึกพอใจอย่างยิ่งกับการลงทุนครั้งนี้ ซึ่งจะปูทางให้ Universal Fibers ขยายตัวต่อไปในภูมิภาค”

“Universal Fibers เป็นหนึ่งในสองธุรกิจของ Universal Fiber Systems” Marc Ammen กล่าว “เนื่องจากบริษัทของเรายังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โรงงานแห่งนี้จึงช่วยต่อยอดโอกาสจากโรงงานในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และจีน สำหรับ Premiere Fibers ซึ่งเป็นธุรกิจที่สองของเรา”

เกี่ยวกับ Universal Fibres, Inc.
Universal Fibres, Inc. เป็นหนึ่งในสองธุรกิจของ Universal Fiber Systems, LLC โดยมี Premiere Fibers, Inc. เป็นธุรกิจที่สอง บริษัทตั้งอยู่ที่เมืองบริสตอล รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา และมีโรงงานผลิตในยุโรป ไทย และจีน Universal Fibres, Inc. เป็นผู้นำระดับโลกด้านการผลิตเส้นใยสังเคราะห์คุณภาพสูงที่ใช้สีย้อมสำหรับอุตสาหกรรมการปูพื้น การขนส่ง และเส้นใยอุตสาหกรรม

Universal Fibers(R) | ISO 9001, 14001 | Bristol, Virginia USA | Taicang, China
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อที่โทร. +1.276.669.1161 อีเมล info@unversalfibers.com หรือเว็บไซต์ www.universalfibers.com

สื่อมวลชนติดต่อ:
Denise Rushing
โทร: +1.423.752.4687 ต่อ 317
อีเมล: drushing@ndp-agency.com

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/anpi/2991515

Related links

กสอ. โชว์ผลสำเร็จ ศูนย์ Thai-IDC 3 ปี สร้างเครือข่ายนักออกแบบกว่า 1,700 ราย

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) โชว์ผลสำเร็จ ศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Thailand Industrial Design Center: Thai-IDC) สร้างเครือข่ายนักออกแบบกว่า 1,700 ราย สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกว่า 7,400 ล้านบาท เร่งผลักดันต่อเนื่องเพิ่มศักยภาพการออกแบบและพัฒนาสินค้า เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เสริมสร้างไอเดีย สร้างสรรค์ SMEs ไทย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งจัดงาน Creative Land ภายใต้ แนวคิด “YOUNGTHAI…อย่างไทย” เพื่อแสดงผลงานการออกแบบของนักออกแบบผลิตภัณฑ์ ภายใต้เครือข่ายนักออกแบบที่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาจากศูนย์ Thai-IDC เน้นเสริมสร้างแนวคิดเพื่อพัฒนาศักยภาพในการใช้เครื่องมือการออกแบบพัฒนาสินค้าไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะเปลี่ยนสินค้าธรรมดาให้กลายเป็นสินค้าชิ้นพิเศษ การออกแบบสินค้าให้โดดเด่น ดึงดูดใจจะช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าได้เร็วขึ้น ซึ่ง กสอ. เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว จึงมีการก่อตั้ง “ศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Thailand Industrial Design Center: Thai-IDC) ขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 นอกจากกิจกรรมหลักที่เน้นการให้บริการด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์แก่ SMEs ซึ่งมีเครือข่ายนักออกแบบให้บริการอยู่ประมาณ 80 คน ภารกิจอีกด้าน คือ การสร้างนักออกแบบหน้าใหม่ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในการสร้างสรรค์งานที่มีนวัตกรรมและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้ามากขึ้น รวมทั้งเกิดความเข้มแข็งในการพัฒนาระบบด้านการออกแบบในภาคอุตสาหกรรม สามารถเชื่อมโยงผู้รับบริการกับนักออกแบบที่มีความรู้ความสามารถในการออกแบบแต่ละด้านได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมที่จะก้าวสู่ตลาดสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในเชิงรับและเชิงรุกต่อไป โดยที่ผ่านมา ศูนย์ Thai-IDC สามารถสร้างนักออกแบบได้กว่า 1,700 ราย ทางศูนย์ ฯ จึงได้มีการสร้างเครือข่ายนักออกแบบของศูนย์ Thai-IDC เพื่อรวบรวมนักออกแบบเป็นเครือข่ายเพื่อให้บริการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ Product Design แก่ผู้ประกอบการที่มีปัญหาด้านการออกแบบ และเข้ามาขอรับบริการที่ศูนย์ Thai-IDC ซึ่งได้ให้คำปรึกษาแนะนำด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปแล้วกว่า 2,500 ผลิตภัณฑ์ และให้บริการด้านกระตุ้นและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาแนวคิดด้านการออกแบบไปแล้วกว่า 5,000 ราย สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจโดยรวมกว่า 7,400 ล้านบาท นอกจากนี้ ศูนย์ Thai-IDC ยังมุ่งเน้นที่จะให้เกิดการรวมตัวเครือข่ายนักออกแบบให้มากขึ้น เพื่อให้บริการต่อ SMEs และเสริมสร้างแนวคิด เพื่อพัฒนาศักยภาพในการใช้เครื่องมือการออกแบบพัฒนาสินค้าไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลต่อไป

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรวบรวมนักออกแบบเป็นเครือข่าย สำหรับให้บริการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ Product Design แก่ผู้ประกอบการที่มีปัญหาด้านการออกแบบ และเข้ามาขอรับบริการที่ศูนย์ Thai-IDC ได้ จึงมีการจัดงาน Creative Land ขึ้น ภายใต้แนวคิด “YOUNGTHAI…อย่างไทย” เพื่อแสดงผลงานการออกแบบของนักออกแบบผลิตภัณฑ์ภายใต้เครือข่ายนักออกแบบศูนย์ Thai-IDC โดยภายในงานได้จัดแสดงผลงานการออกแบบคอลเลคชั่นเสื้อผ้าไทยระดับสากลและผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลงานของนักออกแบบในเครือข่าย การจัดกิจกรรม Workshop ออกแบบผลิตภัณฑ์ กิจกรรมการกระตุ้นไอเดียสร้างสรรค์แบบ DIY กิจกรรมสร้างสรรค์ในรูปแบบ Street Art พร้อมทั้งการจัดสัมมนาความรู้ด้านการออกแบบและเทคนิคการตลาดสำหรับสินค้าสร้างสรรค์ การให้บริการคำปรึกษาแนะนำด้านการเงินและช่องทางการตลาดออนไลน์ เป็นต้น นายกอบชัย กล่าว

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงาน “Young Thai…อย่างไทย” และชมการแสดงผลงานนักออกแบบ การจัดอบรมสัมมนา ร่วมกิจกรรม Workshop และเลือกซื้อสินค้าต่าง ๆ ได้ ระหว่างวันที่ 8-10 พฤษภาคมนี้ ณ บริเวณอาคารศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Thai-IDC) และบริเวณโดยรอบในพื้นที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/2987935

Related links

บูห์เล่อร์ ชี้ทางออกแก้ผลผลิตเกษตรราคาตก

บูห์เล่อร์ ผู้ผลิตเครื่องจักรแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรระดับโลก แนะผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารของไทยใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีเครื่องจักรสมัยใหม่พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับโลก โดยเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์อาหารของไทยและเป็นทางออกในการแก้ปัญหาพืชผลเกษตรราคาตก ล่าสุดเตรียมขนนวัตกรรมเทคโนโลยีเครื่องจักรโชว์และให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารของไทยในงานโพรแพ็ค เอเชีย 2019

นายฉัตร แสงหิรัญ เจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท บูห์เล่อร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้นำด้านวิศวกรรมเครื่องจักรแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรระดับโลกที่มีความเชียวชาญและมีประสบการณ์กว่า 150 ปี จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กล่าวถึงการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของไทยว่า เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากเพราะการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารในวันนี้ไม่ใช่เพียงแข่งขันกันเฉพาะภายในประเทศเท่านั้น แต่เป็นการแข่งขันกับผู้ผลิตจากทั่วโลก ซึ่งผู้บริโภคมีความต้องการสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัย สะอาด และสะดวกต่อการบริโภค

ประเทศไทยถือว่ามีความได้เปรียบในการเป็นผู้ผลิตอาหารแปรรูปในหลายประเทศ เนื่องจากเป็นพื้นที่ผลิตวัตถุดิบด้านการเกษตรเพื่อนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ซึ่งประเทศไทยมีความแข็งแกร่งเรื่องวัตถุดิบประเภทแป้งและข้าว โจทย์คือทำอย่างไรจึงจะนำเอาวัตถุดิบเหล่านี้มาคิดค้นพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารซึ่งเป็นที่ต้องการของโลก เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยควบคุมน้ำหนักและดีต่อสุขภาพ โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการผลิตเพื่อยกระดับมาตรฐานและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ให้สูงขึ้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่วัตถุดิบดังกล่าวแล้วยังช่วยแก้ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรในประเทศที่ตกต่ำได้อีกด้วย

บูห์เล่อร์ เป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการค้นคว้าวิจัยและคิดค้นนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่โดยมีการลงทุนในส่วนนี้ถึง 5% ของรายได้รวมทำให้เรามีความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีในการผลิตเครื่องจักรแปรรูปผลิตภัณฑ์เป็นอันดับต้นระดับโลก ล่าสุดเตรียมนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่มาจัดแสดงและเปิดตัวในงานโพรแพ็ค เอเชีย 2019 งานแสดงสินค้าด้านกระบวนการผลิตแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-15 มิถุนายน 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ โดยทางบริษัทฯ พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเหลือผู้ประกอบการที่สนใจในด้านการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปเพื่อแข่งขันในระดับโลกอีกด้วย

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/2985847

Related links