อุตสาหกรรมน้ำตาลทรายไทย

อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายไทย ผลักดันให้ภาครัฐร่วมมือกับออสเตรเลียและบราซิล ยื่นฟ้องอินเดียให้ยกเลิกการอุดหนุนการส่งออกน้ำตาลทรายภายใต้กลไกระงับข้อพิพาทขององค์การการค้าโลก (WTO) ไปก่อนหน้า หวังอินเดียลดเลิกการอุดหนุนและปฏิบัติตามข้อตกลงทางการค้า หลังราคาน้ำตาลปีที่ผ่านมาต่ำสุดในรอบ 10 ปี และยังลดลงอย่างต่อเนื่อง

นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี รองประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานคณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ของบริษัท ไทยชูการ์ มิลเลอร์ จำกัด (TSMC) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมน้ำตาลทรายไทยเสนอภาครัฐร่วมมือกับออสเตรเลียและบราซิล ฟ้องต่อองค์การการค้าโลก หรือ WTO กรณีรัฐบาลอินเดียยังเมินเฉยต่อข้อเรียกร้องให้ยกเลิกการอุดหนุนการเพาะปลูกอ้อยและการส่งออกน้ำตาลทราย โดยมีหลักฐานการสนับสนุนเงินช่วยเหลือชาวไร่อ้อยสูงกว่าข้อกำหนดการอุดหนุนราคาสินค้าเกษตรตามกฎเกณฑ์ของ WTO ที่อนุญาตให้ประเทศกำลังพัฒนาอุดหนุนได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าผลผลิตอ้อย นอกจากนี้ ยังให้การอุดหนุนค่าขนส่งน้ำตาลทรายเพื่อการส่งออก ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลกในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งต่ำสุดในรอบ 10 ปี

การยื่นฟ้องต่อ WTO ครั้งนี้ เนื่องจาก ออสเตรเลียและบราซิล ในฐานะสมาชิกกลุ่มพันธมิตรเพื่อปฏิรูปการค้าน้ำตาลโลก (GSA) ได้ยื่นฟ้องอินเดียต่อ WTO .โดยนำเข้าสู่กระบวนการปรึกษาหารือ (Consultation) ภายใต้กลไกระงับข้อพิพาท เพื่อขอให้รัฐบาลอินเดียเร่งยกเลิกมาตรการแทรกแซงสนับสนุน ให้มีการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 20.3 ล้านตันในปี 2559/60 เป็น 32.2 ล้านตันในปี 2560/61 และคาดว่าผลผลิตน้ำตาลทรายของอินเดียในปีการผลิต 2561/62 นี้ จะใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า โดยอยู่ที่ 31.5 ล้านตัน ส่งผลให้อินเดียมีผลผลิตน้ำตาลทรายส่วนเกินความต้องการบริโภค และได้รับการอุดหนุนส่งออกสู่ตลาดโลกประมาณ 4 ล้านตัน ก่อให้เกิดการบิดเบือนตลาด และมีปริมาณอุปทานน้ำตาลทรายในตลาดโลกเกินดุล กดดันให้ราคาตลาดโลกตกต่ำ ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตและส่งออกน้ำตาลทรายรายอื่น ๆ ทั่วโลก ได้รับความเดือดร้อน

การอุดหนุนอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายของรัฐบาลอินเดียนับเป็นการกระทำที่ขัดต่อข้อตกลงทางการค้า ก่อให้เกิดเสียหายต่ออุตสาหกรรมส่งออกน้ำตาลทรายทั่วโลก โดยเฉพาะผู้ผลิตและส่งออกรายใหญ่ ได้แก่ บราซิล ไทย และออสเตรเลีย โดยข้อมูลจาก Sidley Austin LLP ระบุว่า การอุดหนุนการส่งออกน้ำตาลทรายของอินเดียในครั้งนี้ ได้ส่งผลให้อุตสาหกรรมน้ำตาลทรายบราซิลสูญเสียรายได้กว่า 1.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และเกิดความเสียหายต่อประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก รวมประมาณ 3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1 แสนล้านบาท) ส่วนไทยสูญเสียรายได้กว่า 14,500 ล้านบาท แบ่งเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชาวไร่อ้อยต้องสูญเสียรายได้รวมประมาณ 10,200 ล้านบาท เนื่องจากราคาอ้อยลดลงกว่าตันละ 80 บาท และรายได้ของโรงงานลดลงประมาณ 4,300 ล้านบาท

“การยื่นฟ้องอินเดียต่อ WTO ของออสเตรเลียและบราซิล เพื่อให้ยกเลิกการอุดหนุนการเพาะปลูกอ้อยและส่งออกน้ำตาลทราย ที่มีผลกระทบเชิงโครงสร้างการด้านเพาะปลูกอ้อยและการผลิตน้ำตาลทรายของโลกหลังจากที่ผ่านมา กลุ่มพันธมิตรเพื่อการปฏิรูปการค้าน้ำตาลโลก มีความพยายามยื่นหนังสือประท้วงไปยังรัฐบาลอินเดียและ WTO แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข” นายสิริวุทธิ์ กล่าว

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/2968878

จับประเด็น: ‘สมชาย’ ชี้ พรบ.โรงงานใหม่หนุนเอกชน

นายสมชาย หาญหิรัญ รมช.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่าภายในเดือน ต.ค.-พ.ย.ปีนี้ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงงานฉบับแก้ไขใหม่จะมีผลบังคับใช้ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยสนับ สนุนโรงงานในประเทศให้มีศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้น ขณะเดียวกันกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ได้ร่วมมือกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน เพื่อที่จะดำเนินโครงการผลักดันทำให้โรง งานต่างๆ นั้นเข้าร่วมปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เพื่อใช้ลดพลังงานในโรงงาน รวมถึงการควบคุมกระบวนการผลิตต่างๆ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ออฟ ติงส์ (ไอโอที) โดยนำร่อง 10 โรงงาน อาทิ กลุ่มโรงงานแปรรูปปาล์มน้ำมัน โรงไฟฟ้า และโรงงานที่ใช้หม้อน้ำเป็นหลัก

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/tpd/2967199

สนง.สถิติจีนเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมช่วงเดือนม.ค.-ก.พ.

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. ขยายตัว 5.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq28/2967291

SMEs โอกาสทางธุรกิจใหม่ของผู้ผลิตหุ่นยนต์

ในสายตาของผู้ผลิตหุ่นยนต์ หรือผู้เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ มักมองว่า SME ไม่ใช่กลุ่มลูกค้าสำคัญ เนื่องจากขนาดของธุรกิจ กำลังซื้อ และความต้องการที่น้อยกว่าจากธุรกิจรายใหญ่ อย่างไรก็ตาม ในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ก็มีผู้ที่มีความเห็นว่า SME นี้เอง ที่เป็นโอกาสทางธุรกิจที่อาจกลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญในอนาคต

Robot Revolution & Industrial IoT Initiative องค์กรส่งเสริมการใช้หุ่นยนต์อุตสาหกรรมจากประเทศญี่ปุ่น เล็งเห็นว่า “หุ่นยนต์ที่เหมาะกับ SME ไม่ใช่หุ่นยนต์อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ใช้กันตามโรงงาน แต่เป็นหุ่นยนต์อุตสาหกรรมขนาดเล็ก หุ่นยนต์บริการ และหุ่นยนต์อเนกประสงค์ที่ทำงานได้หลายรูปแบบ”

ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่า การจะพัฒนาหุ่นยนต์ให้ตอบโจทย์กลุ่ม SME ที่มีความต้องการหลายหลายเช่นนี้เป็นเรื่องยากกว่าการพัฒนาหุ่นยนต์อุตสาหกรรมสำหรับกระบวนการผลิตที่ตายตัว อีกทั้งธุรกิจ SME ส่วนมากมักไม่มีผู้เชี่ยวชาญหุ่นยนต์เพื่อดูแลระบบการผลิต ทำให้บริการหลังกายขาย เช่น การแนะนำวิธีซ่อมแซมหุ่นยนต์จากทางไกลไม่มีประสิทธิภาพมากนัก ทำให้เกิดแนวคิดว่า “หากไม่สามารถตอบโจทย์ SME ทุกอุตสาหกรรมได้ ทำไมไม่เลือกเฉพาะบางอุตสาหกรรมแทน?”

ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้ผู้ผลิตหุ่นยนต์หลายราย เลือกที่จะพัฒนาหุ่นยนต์อุตสาหกรรมขนาดเล็ก เพื่อตอบสนองความต้องการที่ชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น หุ่นยนต์ทำอาหารจากบริษัท Connected Robotics และ หุ่นยนต์ทำเครปจาก Morirobo เพื่อตอบสนองต่ออุตสาหกรรมอาหาร, หุ่นยนต์สำรวจใต้น้ำจาก Full Depth ซึ่งสามารถใช้ในการตรวจสอบกระชัง หรือคัดแยกปลา เพื่ออุตสาหกรรมการประมง, หุ่นยนต์ทำความสะอาด สำหรับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์จาก Biko, และอื่น ๆ 

และอุตสาหกรรมที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ คืออุตสาหกรรมการเกษตร เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่มีความต้องการแรงงานเป็นอย่างมาก ซึ่งการนำหุ่นยนต์เข้าใช้ จะช่วยลดความต้องการแรงงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้เป็นอย่างยิ่ง จึงเป็นเหตุให้บริษัท inaho พัฒนาโมเดลธุรกิจเพื่อตอบสนองอุตสาหกรรมการเกษตรขึ้นมา ด้วยการนำเสนอบริการเก็บเกี่ยวผลผลิตด้วยหุ่นยนต์ ซึ่งผู้ใช้ สามารถเรียกใช้หุ่นยนต์ในการช่วยเก็บเกี่ยวผลผลิต แทนที่การซื้อหุ่นยนต์เป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องยากที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการเกษตรจะตัดสินใจเช่นนั้น นอกจากนี้ ระหว่างเก็บเกี่ยว หุ่นยนต์ยังรวบรวมข้อมูล เช่น สภาพผลผลิต ปริมาณของเสียจากการผลิต และอื่น ๆ ได้อีกด้วย ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นการทำธุรกิจหุ่นยนต์ ในรูปแบบของ RaaS (Robot as a Service) นั่นเอง

ซึ่งจากแนวทางเหล่านี้แล้ว พบว่า การขายหุ่นยนต์ในฐานะสินค้า และบริการให้กับ SME นั้นไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่เคยคาดการณ์ และมีสิ่งสำคัญคือ ต้องเข้าใจความต้องการของ SME ให้ได้ก่อนนั่นเอง

ที่มา : Nikkan Kogyo Shimbun

สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย ยืนยันความร่วมมือในการจัดกิจกรรม และจัดแสดงเทคโนโลยีในงานโพรแพ็ค เอเชีย 2019

นายวีระ อัครพุทธิพร อุปนายกสมาคมฯและประธานคณะกรรมการบริหาร สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย และ นางสาววันทิตา พรธนาวงศ์ ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ไทยแลนด์) จำกัด ร่วมยืนยันความร่วมมือในการจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านกระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม พร้อมจัดกิจกรรมการประชุมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มเอเชีย 2019 ขึ้น ภายในงานโพรแพ็ค เอเชีย 2019 โดยมีสมาชิกและผู้บริหารจากบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มทั่วเอเชียเข้าร่วมงานประชุมฯ งานโพรแพ็ค เอเชีย 2019 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-15 มิถุนายน 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพ

ที่มา ThaiPR.net