ดูราเกรสและเซอเกรสร่วมงาน Home Pro Expo ครั้งที่ 29

สมบูรณ์ อุรานุกูล กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยจิโรภาส เจริญภักดี ผู้จัดการส่วนขายโมเดิร์นเทรด บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ UMI GROUP กลุ่มบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกระเบื้องชั้นนำของประเทศไทยภายใต้แบรนด์ดูราเกรสและ เซอเกรส ร่วมพิธีเปิดงาน Home Pro Expo ครั้งที่ 29 มหกรรมต้นแบบงานเรื่องบ้านตัวจริงและครบวงจรที่สุด พร้อมเยี่ยมชมบูธดูราเกรสและเซอเกรสหมายเลข E22 ภายในงานที่จัดขึ้น ณ ฮอลล์ 9 – 12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันที่ 15-24 มีนาคม 2562 นี้ โดยมี คุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ วีรพันธ์ อังสุมาลี รองกรรมการผู้จัดการ และคุณธนะวัฒน์ คลังสุนทรรังสี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มจัดซื้อเซรามิคและสุขภัณฑ์ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ หรือ “โฮมโปร” ให้เกียรติต้อนรับ ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ที่มา www.ryt9.com/s/tpd/2973711

Related links

สศอ.พบกำลังผลิตสุราพุ่ง65%อานิสงส์เลือกตั้ง-รับสงกรานต์

นายณัฐพล รังสิตพล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) เปิดเผยถึงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม(เอ็มพีไอ) เดือนกุมภาพันธ์ 2562 ว่า เอ็มพีไอลดลงเล็กน้อยอยู่ระดับ 105.24 ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2561 คิดเป็น 1.56% ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 69.03% โดยเอ็มพีไอที่ลดลงสาเหตุหลักมาจากหลายอุตสาหกรรมมีการผลิตลดลง อาทิ เหล็ก ลดลง 14.43% เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงเครื่องจักร คอมพิวเตอร์ ลดลง 12.11% ผลิตภัณฑ์ยาง ลดลง 7.25% ฯลฯ

อย่างไรก็ดี มีบางอุตสาหกรรมที่การผลิตโดดเด่น จนดึงภาพรวมให้เอ็มพีไอภาพรวมลดลงเล็กน้อย โดยอุตสาหกรรมที่ขยายตัวมากที่สุดคือ อุตสาหกรรม การต้ม กลั่น และผสมสุรา ขยายตัว 65.56% เนื่องจากมีการผลิตเพื่อรองรับการบริโภคในช่วงเดือนมีนาคม 2562 ที่ยอดการจำหน่ายในช่วงการเลือกตั้งจะมากกว่าปกติ และยังผลิตเพื่อรองรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ รวมทั้งปีที่ผ่านมามีการหยุดซ่อมบำรุงเครื่องจักร

ส่วนอุตสาหกรรมสำคัญที่ขยายตัว คือ รถยนต์ ขยายตัว 3.14% มาจากรถกระบะ 1 ตัน ที่ยอดจำหน่ายในประเทศเพิ่มขึ้นถึง 6.59% รวมถึงรถยนต์นั่ง ขนาดกลางมียอดจำหน่ายในประเทศเพิ่มขึ้น 69.78% ขณะที่น้ำตาล ขยายตัว 4.91% น้ำมันปิโตรเลียม ขยายตัว 2.93% ตามความต้องการใช้น้ำมัน

สำหรับแนวโน้มของเอ็มพีไอ เดือนเมษายน 2562 ในช่วงที่การเมืองยังไม่มีความชัดเจนเพราะอยู่ระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลนั้น เชื่อว่า เอ็มพีไอจะไม่ได้รับกระทบและจะลดลงตามสถานการณ์ แต่ช่วงเดือนเมษายน วันทำงานน้อย การผลิตจะลดลงตามด้วย ส่วนช่วงที่เวลาที่น่าติดตามคือ เดือนพฤษภาคม เพราะจะเริ่มเห็นความชัดเจนของรัฐบาลชุดใหม่ตลอดจนนโยบายด้านเศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อการผลิต การบริโภค ทั้งนี้เชื่อว่า ไม่ว่ารัฐบาลใดหากมาจากการเลือกตั้งที่แสดงถึงระบอบประชาธิปไตยจะได้รับการยอมรับจากประเทศต่างๆ

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

Related links

SME Bank จับมือ ธอส.-บสย.เดินหน้าหนุนเอสเอ็มอี 4 ภาคสร้างบ้าน สร้างอาชีพ

นายพงชาญ สำเภาเงิน รองกรรมการผู้จัดการ รักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เผยถึงความร่วมมือโครงการ “สร้างบ้าน สร้างอาชีพ” ระหว่างธนาคารกับ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ในปี 2562 นี้ ว่า จะจัดกิจกรรมงานเสวนาเติมเต็มองค์ความรู้ทั้ง 4 ภาคได้แก่ ภาคอีสาน : จังหวัดนครราชสีมา, ภาคใต้ : จังหวัดสุราษฎร์ธานี, ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงใหม่ และ ภาคกลาง : กรุงเทพมหานคร นำร่องในวันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม 2562 ณ โรงแรมฟอร์จูน ราชพฤกษ์ จังหวัดนครราชสีมา

“โครงการพร้อมเดินหน้า เติมทักษะ-เติมทุน-เติมคุณภาพชีวิต ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และสามารถต่อยอดสร้างเป็นสถานประกอบการ เพิ่มรายได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ก่อเกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างโอกาส สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐที่ต้องการลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางสังคม พัฒนามาตรฐานชีวิตให้คนไทยอยู่ดีมีสุข พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติให้เติบโต มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน” นายพงชาญ กล่าว

นอกจากนี้ ภายในงาน ธพว. ได้ร่วมออกบูธให้บริการรับคำปรึกษาแนะนำ ทั้งด้านองค์ความรู้ ด้านแหล่งเงินทุนสินเชื่อดอกเบี้ยถูก อาทิ สินเชื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนสำหรับธุรกิจเกี่ยวเนื่องการท่องเที่ยว, ผู้ประกอบการ Start Up, ธุรกิจเกษตรกรแปรรูป, ธุรกิจนวัตกรรมการผลิต หรือผู้ประกอบการอาชีพอิสระ สำหรับบุคคลธรรมดา ดอกเบี้ย 3 ปีแรก  0.417% ต่อเดือน  และนิติบุคคล ดอกเบี้ย 3 ปีแรก 0.25% ต่อเดือน สามารถยื่นกู้ภายในงานได้ทันที รู้ผลพิจารณาอนุมัติใน 7 วัน พร้อมเปิดบูธประมูลทรัพย์ NPA ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คัดสรรทรัพย์ดีมีคุณภาพ มาจำหน่ายด้วยสิทธิพิเศษยกเว้นค่าอาคารและค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq03/2971150

Related links

ส.อ.ท.เผยดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ก.พ.62 สูงสุดในรอบ 6 ปี

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมประจำเดือน ก.พ.62 ว่า ดัชนีฯ อยู่ที่ระดับ 95.6 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 93.8 ในเดือน ม.ค.62 โดยเป็นการปรับเพิ่มขึ้นในองค์ประกอบยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต ต้นทุนประกอบการ และผลประกอบการ

ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือน ก.พ.ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าจากอุปสงค์ในประเทศเป็นสำคัญ สะท้อนจากความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมที่ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมก่อสร้าง อุตสาหกรรมยานยนต์ โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ รวมทั้งกิจกรรมการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งส่งผลดีต่อการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยเฉพาะยานยนต์ สิ่งพิมพ์ อาหาร เป็นต้น

แต่ผู้ประกอบการส่งออกยังมีความกังวลต่อความผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งมีแนวโน้มแข็งค่าอยู่ โดยเดือนกุมภาพันธ์ ค่าเงินบาทแข็งค่าที่สุดในภูมิภาค 1.6% ถือเป็นข้อที่ผู้ส่งออกค่อนข้างกังวล ทำให้กระทบต่อการวางแผนและการกำหนดราคา รวมทั้งการส่งออกที่มีแนวโน้มชะลอตัวตามภาวะของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า สะท้อนจากค่าดัชนีความเชื่อมั่นฯ ของยอดคำสั่งซื้อและยอดขายในต่างประเทศที่ปรับตัวลดลง

“ถ้าเงินบาท Swing สัก 0.5-1.0% ยังพอรับได้ แต่เงินบาทเรา Swing ประมาณ 1.6% ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ระดับ 31.40 บาท/ดอลลาร์”

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 105.4 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 104.1 ในเดือน ม.ค.62 เนื่องจากผู้ประกอบการคาดหวังว่าภายหลังการเลือกตั้งและมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่จะทำให้การขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจมีความชัดเจน และส่งผลดีต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังปี 2562

“ดัชนีความเชื่อมั่นฯ เดือนกุมภาพันธ์ปรับตัวสูงสุดในรอบ 6 ปีนับจากเดือนกุมภาพันธ์ 2556 และมีแนวโน้มดีขึ้นในอีก 3 เดือนข้างหน้า เนื่องจากกำลังซื้อดีขึ้นและได้รับกระแสการเลือกตั้งช่วยหนุนด้านจิตวิทยา” นายสุพันธุ์ กล่าว

โดยผู้ประกอบการมีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ คือ 1.เสนอให้ภาครัฐหามาตรการในเชิงรูปธรรม เพื่อสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมไทยให้สามารถปรับตัวและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสำหรับยุค Disruptive Technology 2.เสนอให้ภาครัฐส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs ทั่วประเทศสามารถเข้าถึงนวัตกรรมได้ และ 3.เสนอให้ภาครัฐเร่งเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี FTA กับกลุ่มประเทศที่ไทยยังไม่มีข้อตกลงทางการค้าร่วมกัน เช่น กลุ่มประเทศยูโรโซน ตะวันออกกลาง แอฟริกา และยูเรเซีย

สำหรับการจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นฯ ประจำเดือน ก.พ.62 ได้สำรวจจากผู้ประกอบการจำนวน 1,162 ราย ครอบคลุม 45 กลุ่มอุตสาหกรรม แยกเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดย่อม 28.8% อุตสาหกรรมขนาดกลาง 36.9% และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ 34.3% ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด แบ่งเป็น กลุ่มอุตสาหกรรมในภาคกลาง 36.0% ภาคเหนือ 15.4% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 13.9% ภาคตะวันออก 23.1% และภาคใต้ 11.6% และแบ่งตามกลุ่มอุตสาหกรรมที่เน้นตลาดในประเทศ 79.4% และกลุ่มอุตสาหกรรมที่เน้นตลาดต่างประเทศ 20.6%

ส่วนกรณีที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (GDP) และการส่งออกลงนั้น นายสุพันธุ์ กล่าวว่า เห็นตรงกันว่าโอกาสที่ GDP และการส่งออกน่าจะลดลง แต่จะอยู่ที่เท่าไหร่ต้องรอที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินอีกครั้งในวันที่ 3 เม.ย.นี้

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq03/2970367

Related links

อุตสาหกรรมน้ำตาลทรายไทย

อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายไทย ผลักดันให้ภาครัฐร่วมมือกับออสเตรเลียและบราซิล ยื่นฟ้องอินเดียให้ยกเลิกการอุดหนุนการส่งออกน้ำตาลทรายภายใต้กลไกระงับข้อพิพาทขององค์การการค้าโลก (WTO) ไปก่อนหน้า หวังอินเดียลดเลิกการอุดหนุนและปฏิบัติตามข้อตกลงทางการค้า หลังราคาน้ำตาลปีที่ผ่านมาต่ำสุดในรอบ 10 ปี และยังลดลงอย่างต่อเนื่อง

นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี รองประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานคณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ของบริษัท ไทยชูการ์ มิลเลอร์ จำกัด (TSMC) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมน้ำตาลทรายไทยเสนอภาครัฐร่วมมือกับออสเตรเลียและบราซิล ฟ้องต่อองค์การการค้าโลก หรือ WTO กรณีรัฐบาลอินเดียยังเมินเฉยต่อข้อเรียกร้องให้ยกเลิกการอุดหนุนการเพาะปลูกอ้อยและการส่งออกน้ำตาลทราย โดยมีหลักฐานการสนับสนุนเงินช่วยเหลือชาวไร่อ้อยสูงกว่าข้อกำหนดการอุดหนุนราคาสินค้าเกษตรตามกฎเกณฑ์ของ WTO ที่อนุญาตให้ประเทศกำลังพัฒนาอุดหนุนได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าผลผลิตอ้อย นอกจากนี้ ยังให้การอุดหนุนค่าขนส่งน้ำตาลทรายเพื่อการส่งออก ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลกในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งต่ำสุดในรอบ 10 ปี

การยื่นฟ้องต่อ WTO ครั้งนี้ เนื่องจาก ออสเตรเลียและบราซิล ในฐานะสมาชิกกลุ่มพันธมิตรเพื่อปฏิรูปการค้าน้ำตาลโลก (GSA) ได้ยื่นฟ้องอินเดียต่อ WTO .โดยนำเข้าสู่กระบวนการปรึกษาหารือ (Consultation) ภายใต้กลไกระงับข้อพิพาท เพื่อขอให้รัฐบาลอินเดียเร่งยกเลิกมาตรการแทรกแซงสนับสนุน ให้มีการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 20.3 ล้านตันในปี 2559/60 เป็น 32.2 ล้านตันในปี 2560/61 และคาดว่าผลผลิตน้ำตาลทรายของอินเดียในปีการผลิต 2561/62 นี้ จะใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า โดยอยู่ที่ 31.5 ล้านตัน ส่งผลให้อินเดียมีผลผลิตน้ำตาลทรายส่วนเกินความต้องการบริโภค และได้รับการอุดหนุนส่งออกสู่ตลาดโลกประมาณ 4 ล้านตัน ก่อให้เกิดการบิดเบือนตลาด และมีปริมาณอุปทานน้ำตาลทรายในตลาดโลกเกินดุล กดดันให้ราคาตลาดโลกตกต่ำ ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตและส่งออกน้ำตาลทรายรายอื่น ๆ ทั่วโลก ได้รับความเดือดร้อน

การอุดหนุนอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายของรัฐบาลอินเดียนับเป็นการกระทำที่ขัดต่อข้อตกลงทางการค้า ก่อให้เกิดเสียหายต่ออุตสาหกรรมส่งออกน้ำตาลทรายทั่วโลก โดยเฉพาะผู้ผลิตและส่งออกรายใหญ่ ได้แก่ บราซิล ไทย และออสเตรเลีย โดยข้อมูลจาก Sidley Austin LLP ระบุว่า การอุดหนุนการส่งออกน้ำตาลทรายของอินเดียในครั้งนี้ ได้ส่งผลให้อุตสาหกรรมน้ำตาลทรายบราซิลสูญเสียรายได้กว่า 1.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และเกิดความเสียหายต่อประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก รวมประมาณ 3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1 แสนล้านบาท) ส่วนไทยสูญเสียรายได้กว่า 14,500 ล้านบาท แบ่งเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชาวไร่อ้อยต้องสูญเสียรายได้รวมประมาณ 10,200 ล้านบาท เนื่องจากราคาอ้อยลดลงกว่าตันละ 80 บาท และรายได้ของโรงงานลดลงประมาณ 4,300 ล้านบาท

“การยื่นฟ้องอินเดียต่อ WTO ของออสเตรเลียและบราซิล เพื่อให้ยกเลิกการอุดหนุนการเพาะปลูกอ้อยและส่งออกน้ำตาลทราย ที่มีผลกระทบเชิงโครงสร้างการด้านเพาะปลูกอ้อยและการผลิตน้ำตาลทรายของโลกหลังจากที่ผ่านมา กลุ่มพันธมิตรเพื่อการปฏิรูปการค้าน้ำตาลโลก มีความพยายามยื่นหนังสือประท้วงไปยังรัฐบาลอินเดียและ WTO แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข” นายสิริวุทธิ์ กล่าว

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/2968878

Related links

จับประเด็น: ‘สมชาย’ ชี้ พรบ.โรงงานใหม่หนุนเอกชน

นายสมชาย หาญหิรัญ รมช.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่าภายในเดือน ต.ค.-พ.ย.ปีนี้ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงงานฉบับแก้ไขใหม่จะมีผลบังคับใช้ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยสนับ สนุนโรงงานในประเทศให้มีศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้น ขณะเดียวกันกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ได้ร่วมมือกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน เพื่อที่จะดำเนินโครงการผลักดันทำให้โรง งานต่างๆ นั้นเข้าร่วมปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เพื่อใช้ลดพลังงานในโรงงาน รวมถึงการควบคุมกระบวนการผลิตต่างๆ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ออฟ ติงส์ (ไอโอที) โดยนำร่อง 10 โรงงาน อาทิ กลุ่มโรงงานแปรรูปปาล์มน้ำมัน โรงไฟฟ้า และโรงงานที่ใช้หม้อน้ำเป็นหลัก

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/tpd/2967199

Related links

สนง.สถิติจีนเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมช่วงเดือนม.ค.-ก.พ.

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. ขยายตัว 5.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq28/2967291

Related links

SMEs โอกาสทางธุรกิจใหม่ของผู้ผลิตหุ่นยนต์

ในสายตาของผู้ผลิตหุ่นยนต์ หรือผู้เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ มักมองว่า SME ไม่ใช่กลุ่มลูกค้าสำคัญ เนื่องจากขนาดของธุรกิจ กำลังซื้อ และความต้องการที่น้อยกว่าจากธุรกิจรายใหญ่ อย่างไรก็ตาม ในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ก็มีผู้ที่มีความเห็นว่า SME นี้เอง ที่เป็นโอกาสทางธุรกิจที่อาจกลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญในอนาคต

Robot Revolution & Industrial IoT Initiative องค์กรส่งเสริมการใช้หุ่นยนต์อุตสาหกรรมจากประเทศญี่ปุ่น เล็งเห็นว่า “หุ่นยนต์ที่เหมาะกับ SME ไม่ใช่หุ่นยนต์อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ใช้กันตามโรงงาน แต่เป็นหุ่นยนต์อุตสาหกรรมขนาดเล็ก หุ่นยนต์บริการ และหุ่นยนต์อเนกประสงค์ที่ทำงานได้หลายรูปแบบ”

ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่า การจะพัฒนาหุ่นยนต์ให้ตอบโจทย์กลุ่ม SME ที่มีความต้องการหลายหลายเช่นนี้เป็นเรื่องยากกว่าการพัฒนาหุ่นยนต์อุตสาหกรรมสำหรับกระบวนการผลิตที่ตายตัว อีกทั้งธุรกิจ SME ส่วนมากมักไม่มีผู้เชี่ยวชาญหุ่นยนต์เพื่อดูแลระบบการผลิต ทำให้บริการหลังกายขาย เช่น การแนะนำวิธีซ่อมแซมหุ่นยนต์จากทางไกลไม่มีประสิทธิภาพมากนัก ทำให้เกิดแนวคิดว่า “หากไม่สามารถตอบโจทย์ SME ทุกอุตสาหกรรมได้ ทำไมไม่เลือกเฉพาะบางอุตสาหกรรมแทน?”

ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้ผู้ผลิตหุ่นยนต์หลายราย เลือกที่จะพัฒนาหุ่นยนต์อุตสาหกรรมขนาดเล็ก เพื่อตอบสนองความต้องการที่ชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น หุ่นยนต์ทำอาหารจากบริษัท Connected Robotics และ หุ่นยนต์ทำเครปจาก Morirobo เพื่อตอบสนองต่ออุตสาหกรรมอาหาร, หุ่นยนต์สำรวจใต้น้ำจาก Full Depth ซึ่งสามารถใช้ในการตรวจสอบกระชัง หรือคัดแยกปลา เพื่ออุตสาหกรรมการประมง, หุ่นยนต์ทำความสะอาด สำหรับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์จาก Biko, และอื่น ๆ 

และอุตสาหกรรมที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ คืออุตสาหกรรมการเกษตร เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่มีความต้องการแรงงานเป็นอย่างมาก ซึ่งการนำหุ่นยนต์เข้าใช้ จะช่วยลดความต้องการแรงงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้เป็นอย่างยิ่ง จึงเป็นเหตุให้บริษัท inaho พัฒนาโมเดลธุรกิจเพื่อตอบสนองอุตสาหกรรมการเกษตรขึ้นมา ด้วยการนำเสนอบริการเก็บเกี่ยวผลผลิตด้วยหุ่นยนต์ ซึ่งผู้ใช้ สามารถเรียกใช้หุ่นยนต์ในการช่วยเก็บเกี่ยวผลผลิต แทนที่การซื้อหุ่นยนต์เป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องยากที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการเกษตรจะตัดสินใจเช่นนั้น นอกจากนี้ ระหว่างเก็บเกี่ยว หุ่นยนต์ยังรวบรวมข้อมูล เช่น สภาพผลผลิต ปริมาณของเสียจากการผลิต และอื่น ๆ ได้อีกด้วย ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นการทำธุรกิจหุ่นยนต์ ในรูปแบบของ RaaS (Robot as a Service) นั่นเอง

ซึ่งจากแนวทางเหล่านี้แล้ว พบว่า การขายหุ่นยนต์ในฐานะสินค้า และบริการให้กับ SME นั้นไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่เคยคาดการณ์ และมีสิ่งสำคัญคือ ต้องเข้าใจความต้องการของ SME ให้ได้ก่อนนั่นเอง

ที่มา : Nikkan Kogyo Shimbun

Related links

สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย ยืนยันความร่วมมือในการจัดกิจกรรม และจัดแสดงเทคโนโลยีในงานโพรแพ็ค เอเชีย 2019

นายวีระ อัครพุทธิพร อุปนายกสมาคมฯและประธานคณะกรรมการบริหาร สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย และ นางสาววันทิตา พรธนาวงศ์ ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ไทยแลนด์) จำกัด ร่วมยืนยันความร่วมมือในการจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านกระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม พร้อมจัดกิจกรรมการประชุมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มเอเชีย 2019 ขึ้น ภายในงานโพรแพ็ค เอเชีย 2019 โดยมีสมาชิกและผู้บริหารจากบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มทั่วเอเชียเข้าร่วมงานประชุมฯ งานโพรแพ็ค เอเชีย 2019 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-15 มิถุนายน 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพ

ที่มา ThaiPR.net

Related links