ยอดการผลิต-การส่งออก รถยนต์และรถจักรยานยนต์เดือน มิ.ย. 62

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนมิถุนายน 2562 ดังต่อไปนี้

การผลิต
จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนมิถุนายน 2562 มีทั้งสิ้น 172,878 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 8.52 และลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2562 ร้อยละ 4.66 จากการผลิตรถยนต์นั่งและรถกระบะเพื่อส่งออกที่ลดลงร้อยละ 10.57, 12.49 และผลิตรถยนต์นั่งและรถกระบะเพื่อจำหน่ายในประเทศที่ลดลงร้อยละ 7.7, 2.33 ตามลำดับ

จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม – มิถุนายน 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,065,945 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 ร้อยละ 0.89
รถยนต์นั่ง เดือนมิถุนายน 2562 ผลิตได้ 70,581 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 8.86

ยอดผลิตของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน 2562 มีจำนวน 428,591 คัน เท่ากับร้อยละ 40.2 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 ร้อยละ 1.48

รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตัน ขึ้นไป ในเดือนมิถุนายน 2562 ผลิตได้ 29 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 34.09 รวมเดือนมกราคม – มิถุนายน 2562 ผลิตได้ 217 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 ร้อยละ 20.56

รถยนต์บรรทุก เดือนมิถุนายน 2562 ผลิตได้ทั้งหมด 102,268 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 8.27 และตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน 2562 ผลิตได้ทั้งสิ้น 637,137 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 ร้อยละ 2.54

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมิถุนายน 2562 ผลิตได้ทั้งหมด 99,373 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 8.36 และตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน 2562 ผลิตได้ทั้งสิ้น 622,062 คัน เท่ากับร้อยละ 58.35 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 ร้อยละ 2.74 โดยแบ่งเป็น

• รถกระบะบรรทุก 172,476 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 ร้อยละ 0.51
• รถกระบะดับเบิลแค็บ 372,219 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 ร้อยละ 8.39
• รถกระบะ PPV 77,367 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 ร้อยละ 14.49

รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน – มากกว่า 10 ตัน เดือนมิถุนายน 2562 ผลิตได้ 2,895 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 4.93 รวมเดือนมกราคม – มิถุนายน 2562 ผลิตได้ 15,075 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 ร้อยละ 4.85

ผลิตเพื่อส่งออก 
เดือนมิถุนายน 2562 ผลิตได้ 84,226 คัน เท่ากับร้อยละ 48.72 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 11.86 ส่วนเดือนมกราคม – มิถุนายน 2562 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 557,494 คัน เท่ากับร้อยละ 52.3 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากปี 2561 ระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 2.57

รถยนต์นั่ง เดือนมิถุนายน 2562 ผลิตเพื่อการส่งออก 27,921 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 10.57 และตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน 2562 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 193,897 คัน เท่ากับร้อยละ 45.24 ของยอดผลิตรถยนต์นั่ง ซึ่งลดลงจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 ร้อยละ 8.47

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมิถุนายน 2562 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 56,305 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 12.49 และตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน 2562 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 363,597 คัน เท่ากับร้อยละ 58.45 ของยอดการผลิตรถกระบะ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 ร้อยละ 0.9 โดยแบ่งเป็น

• รถกระบะบรรทุก 42,622 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 ร้อยละ 6.31
• รถกระบะดับเบิลแค็บ 275,063 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 ร้อยละ 7.37
• รถกระบะ PPV 45,912 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 ร้อยละ 21.76

ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 
เดือนมิถุนายน 2562 ผลิตได้ 88,652 คัน เท่ากับร้อยละ 51.28 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 5.09 และเดือนมกราคม – มิถุนายน 2562 ผลิตได้ 508,451 คัน เท่ากับร้อยละ 47.7 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 ร้อยละ 4.97

รถยนต์นั่ง เดือนมิถุนายน 2562 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 42,660 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 7.7 ยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน 2562 ผลิตได้ 234,694 คัน เท่ากับร้อยละ 54.76 ของยอดการผลิตรถยนต์นั่ง โดยเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 แล้ว เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.14

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมิถุนายน 2562 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 43,068 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 2.33 และตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน 2562 ผลิตได้ทั้งสิ้น 258,465 คัน เท่ากับร้อยละ 41.55 ของยอดการผลิตรถกระบะ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 ร้อยละ 5.44 ซึ่งแบ่งเป็น

• รถกระบะบรรทุก 129,854 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 ร้อยละ 2.98
• รถกระบะดับเบิลแค็บ 97,156 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 ร้อยละ 11.38
• รถกระบะ PPV 31,455 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 ร้อยละ 1.08

รถจักรยานยนต์ 
เดือนมิถุนายน 2562 ผลิตรถจักรยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 204,494 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 11.05 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 158,382 คัน ลดลงจากปี 2561 ร้อยละ 16.57 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 46,112 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ร้อยละ 15.11

ยอดการผลิตรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – มิถุนายน 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,258,463 คัน ลดลงจากปี 2561 ร้อยละ 3.98 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 975,414 คัน ลดลงจากปี 2561 ร้อยละ 6.84 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 283,049 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ร้อยละ 7.36

ยอดขาย
ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนมิถุนายน 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 86,048 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว ร้อยละ 2.1 ลดลงเป็นเดือนแรกในรอบ 30 เดือน และลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2562 ร้อยละ 2.3 ยอดขายภายในประเทศลดลง จากการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน และจากฐานที่สูงมากของปีที่แล้ว

ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 150,401 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 16.2 และลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2562 ร้อยละ 6.6
ตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน 2562 รถยนต์มียอดขาย 523,770 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ในระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 7.1 ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 893,846 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 ร้อยละ 4.4

การส่งออก
รถยนต์สำเร็จรูป 
เดือนมิถุนายน 2562 ส่งออกได้ 97,575 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 2.4 โดยส่งออกเพิ่มขึ้นในตลาดเอเชีย และตลาดยุโรป มีมูลค่าการส่งออก 51,353.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 4.49
• เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 3,140.38 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 7.4
• ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 16,227.13 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 9.31
• อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,154.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 10.29
รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนมิถุนายน 2562 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 72,875.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 0.68

เดือนมกราคม – มิถุนายน 2562 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 559,861 คัน โดยส่งออกลดลงจากปี 2561 ในระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 0.37 มีมูลค่าการส่งออก 285,204.20 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 ร้อยละ 1.96
• เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 16,564.70 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 ร้อยละ 11.82
• ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 96,994.20 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 ร้อยละ 7.83
• อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 12,085 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 ร้อยละ 17.79

รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนมกราคม – มิถุนายน 2562 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 410,848.10 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 ร้อยละ 4.37

รถจักรยานยนต์
เดือนมิถุนายน 2562 มีจำนวนส่งออก 84,965 คัน (รวม CBU + CKD) เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 19.65 โดยมีมูลค่า 6,127.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 29.42

• ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 249.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 5.09
• อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 116.70 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 10.72

รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์ เดือนมิถุนายน 2562 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ 6,494.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 27.26

เดือนมกราคม – มิถุนายน 2562 รถจักรยานยนต์ มีจำนวนส่งออก 493,326 คัน (รวม CBU + CKD) เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ร้อยละ 9.76 โดยมีมูลค่า 36,266.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ร้อยละ 22.45

• ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 1,379.23 ล้านบาท ลดลงจากปี 2561 ร้อยละ 27.02
• อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 671.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ร้อยละ 2.14

รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – มิถุนายน 2562 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 38,317.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 ร้อยละ 19.13

เดือนมิถุนายน 2562 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 79,370.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ร้อยละ 2.43

เดือนมกราคม – มิถุนายน 2562 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 449,165.53 ล้านบาท ลดลงจากปี 2561 ร้อยละ 2.73

ที่มา: สภาอุตสาหกรรม

Related links

ขอเชิญผู้ประกอบการ SMEs เข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาที่งาน Thailand Industry Expo 2019 17-21 กรกฎาคม 2562

กลับมาอีกครั้งกับงานดีๆที่ผู้ประกอบการ SMEs ไม่ควรพลาดกับงาน “Thailand Industry Expo 2019” ครั้งที่ 6 ที่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “Synergy for Success” สานพลัง ร่วมใจ วิวัฒน์อุตสาหกรรมสู่อนาคต พร้อมพบกับนิทรรศการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน การแสดงนวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล ของอุตสาหกรรมไทยในมิติต่าง ๆ ทั้งยังได้พบการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการรายใหญ่ระดับ Big Brother และรายย่อยรวมทั้งผู้ประกอบการรุ่นใหม่มากมายกว่า 400 ราย รวมไปถึง Food Truck ที่น่าสนใจรวมไปถึง SMEs ไทยเด่นอีกมากมายภายในงาน

นอกจากนี้ยังได้พบกับการจัดกิจกรรมสัมมนาในหัวข้อที่น่าสนใจเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการและผู้สนใจ จากกูรูชื่อดัง ทั้งจากองค์กรภาครัฐและเอกชนกว่า 40 หัวข้อ และกิจกรรม workshop เพื่อเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการไทยตระหนักถึงแนวคิดทางธุรกิจที่สามารถตอบสนองความต้องการของคนรุ่นปัจจุบัน เพื่อที่จะสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ตลอดจนกิจกรรมบันเทิงต่าง ๆ อาทิ Maker Society ซึ่งมาใน concept อุตสาหกรรม ไทย ดีต่อใจ และกิจกรรม workshop เพื่อเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการไทยตระหนักถึงแนวคิดทางธุรกิจที่สามารถตอบสนองความต้องการของคนรุ่นปัจจุบัน เพื่อที่จะสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยมีกิจกรรมเด่น คือ กิจกรรม workshop zero waste “อุตสาหกรรมไทยดีต่อใจ ดีต่อโลก” เป็นการ workshop การทำผลิตภัณฑ์พลาสติก โดยสามารถร่วมทำตั้งแต่กระบวนการย่อยขวดพลาสติกไปจนถึงขึ้นรูป และได้ผลิตภัณฑ์เป็นของที่ระลึกกลับบ้านติดมือไปได้อีกทั้ง ยังมีมินิคอนเสิร์ตจากหลากหลายศิลปิน ตลอดการจัดงานทั้ง 5 วัน

นับว่าเป็นโอกาสที่ดีต่อผู้ประกอบการ SMEs ที่จะเห็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการประกอบธุรกิจ หาแรงบันดาลใจ หาองค์ความรู้ หาแหล่งเงินทุน ตลอดจนการสร้างเครือข่ายภายในงาน รวมถึงเป็นประโยชน์ สำหรับผู้ที่สนใจเริ่มต้นธุรกิจ ผู้ที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ และประชาชนทั่วไป และขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจมาสานพลัง ร่วมใจ วิวัฒน์อุตสาหกรรมสู่อนาคตระหว่างวันที่ 17 – 21 กรกฎาคมนี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 – 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3015952

Related links

เปิด 2 งานใหญ่

อิทธิชัย ยศศรี รอง ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ประธานเปิด งาน “GFT & GMS 2019” มหกรรมแสดงเครื่องจักรและเทคโนโลยีเพื่อการผลิตเครื่องนุ่งห่มและสิ่งทอที่ครบครันที่สุดในอาเซียน โดยมี ปิลันธ์ ธรรมมงคล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ สภาอุตสาหกรรมฯ และ Yip Je Choong รักษาการ กก.ผจก.บจก. รี้ด เทรดเด็กซ์ ร่วมเปิดงาน ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/tpd/3014168

Related links

มหกรรม Aluminium China 2019 และมหกรรม Lightweight Asia 2019

มหกรรม Aluminium China 2019 และมหกรรม Lightweight Asia 2019 ซึ่งจัดโดย Reed Exhibitions ระหว่างวันที่ 10-12 กรกฎาคม จะนำเสนอความก้าวหน้าใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมอลูมิเนียม ด้วยการสำรวจเทรนด์การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์

ยานยนต์น้ำหนักเบาคือหัวใจสำคัญ
การใช้ยานยนต์ทำจากอลูมิเนียมน้ำหนักเบาสามารถประหยัดพลังงานพร้อมกับลดการปล่อยมลพิษ โดยเป็นผลมาจากการใช้วัสดุชนิดใหม่ๆ ในการผลิตยานยนต์ประเภทนี้

โดยทั่วไปแล้ว วัสดุน้ำหนักเบาแบ่งเป็นประเภทที่เป็นเหล็กและไม่ใช่เหล็ก สำหรับวัสดุประเภทเหล็กประกอบด้วยเหล็กกำลังสูง แมกนีเซียม และอลูมิเนียมอัลลอย ส่วนวัสดุประเภทไม่ใช่เหล็กประกอบด้วยพลาสติกวิศวกรรมและวัสดุผสม

มหกรรม Lightweight Asia ปีนี้จะมีการประชุมว่าด้วยการใช้เทคโนโลยีน้ำหนักเบาสำหรับยานยนต์และวัสดุที่เกี่ยวข้องอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงการประชุมนานาชาติว่าด้วยการใช้ยานยนต์พลังงานใหม่และส่วนประกอบต่างๆอย่างสร้างสรรค์

เนื่องจากมีการผลิตยานยนต์น้ำหนักเบามากขึ้น ปริมาณอลูมิเนียมที่ใช้ในการผลิตรถยนต์ต่อคันในจีนจึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคล

ข้อมูลสถิติของสมาคมอุตสาหกรรมโลหะนอกกลุ่มเหล็กจีนระบุว่า การใช้อลูมิเนียมอัลลอยในรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในจีนอยู่ที่ 99 กิโลกรัมต่อคันในปี 2553 ก่อนจะเพิ่มขึ้นเป็น 142 กิโลกรัมต่อคันในปี 2560 และ 156 กิโลกรัมต่อคันในปี 2561 โดยได้รับอานิสงส์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นโยบายสนับสนุนของรัฐ และการพัฒนายานยนต์พลังงานใหม่

ในการประชุมว่าด้วยการใช้เทคโนโลยีการผลิตวัสดุน้ำหนักเบาสำหรับยานยนต์และวัสดุอื่นๆที่เกี่ยวข้องอย่างสร้างสรรค์ จะมีการสำรวจความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในส่วนนี้ ขณะเดียวกัน ตัวแทนจากบริษัท OEM และซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนยานยนต์จากทั่วโลกจะมาร่วมพูดคุยในประเด็นต่างๆ เช่น การเชื่อมและการหล่อชิ้นส่วนยานยนต์ รวมถึงการใช้เหล็ก อลูมิเนียม และแมกนีเซียมในยานยนต์

ทางผู้จัดงานยังร่วมมือกับ cnfrp.com จัดการประชุมนานาชาติว่าด้วยการใช้ยานยนต์พลังงานใหม่และส่วนประกอบต่างๆอย่างสร้างสรรค์ เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในส่วนนี้ เช่น บทบาทของวัสดุผสมประสิทธิภาพสูงชนิดใหม่ๆ ในยานยนต์พลังงานใหม่ เป็นต้น

มหกรรม Aluminium China 2019 และมหกรรม Lightweight Asia 2019 จะจัดโดย Reed Exhibitions ระหว่างวันที่ 10-12 กรกฎาคม ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน สามารถติดต่อขอรับบัตรเข้าชมงานได้ที่ www.aluminiumchina.com/en หรือ www.lightweightasia.com/en

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/anpi/3010444

Related links

SMT เดินหน้าเทิร์นอะราวด์ต่อหลังปลดล็อคล้างขาดทุนสะสมหมด

SMT ประกาศปี 62 เดินหน้าเทิร์นอะราวด์ต่อเนื่อง หลังประกาศล้างขาดทุนสะสมหมดทั้งจำนวน พร้อมเร่งสร้างรายได้จากลูกค้าใหม่ที่มีเข้ามาต่อเนื่อง เน้นลดต้นทุนเพื่อเพิ่มกำไร ชูกลยุทธ์ผลิตสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูง ทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ มั่นใจยอดขายทั้งปีทำได้ตามเป้าหมาย 2,400 ลบ. หรือเติบโต 40% อวดงบโค้งแรกออกมาสวยมีกำไรสุทธิ 18.09 ลบ. โตจากช่วงเวลาเดียวกับปีก่อน 183%

นายพร้อมพงศ์ ไชยกุล กรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่ด้านซัพพลายเชน บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SMT เปิดเผยว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานช่วงครึ่งแรกปี 2562 คาดจะมีการเติบโตที่ดีกว่าเมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน แต่การเติบโตจะโดดเด่นในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากการเจรจากับลูกค้าใหม่อาจต้องใช้ระยะเวลาในการผลิต ทั้งนี้การส่งมอบสินค้าคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4/2562

“ปี 62 นับเป็นปีที่ท้าทายพอสมควร มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และลูกค้ารายใหญ่เข้ามา เชื่อว่าปีนี้ในทุกๆ ไตรมาสจะสามารถทำกำไรได้ตามแผน และหลังจากที่ผู้ถือหุ้นอนุมัติล้างขาดทุนสะสมหมดทั้งจำนวนกว่า 593 ล้านบาท ถือเป็นการปลดล็อคของ SMT และบริษัทใช้กลยุทธ์ผลิตสินค้าที่มาร์จิ้นสูงเป็นหลัก เน้นการกระจายตัวยอดขายของแต่ละธุรกิจและกระจายลูกค้ามากขึ้น เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง ลดความผันผวนของรายได้ สำหรับกลุ่มสินค้า Optics , Box Build , Advance Packaging ยังเป็นไฮไลท์เติบโตต่อเนื่อง ส่วน IC Packaging นั้น อุตสาหกรรมมีการอ่อนตัวลงเนื่องจากลูกค้าลด inventory แต่ก็จะรักษาระดับรายได้ไม่ต่างจากปีที่ผ่านมา” นายพร้อมพงศ์ กล่าว

สำหรับผลประกอบการของบริษัทฯในงวดไตรมาส 1/2562 มีกำไรสุทธิ 18.09 ล้านบาท เติบโต 183% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีผลกำไรสุทธิ 6.39 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการจำนวน 491.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 102.62 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 26.39% โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มยอดขายในสินค้ากลุ่ม Fiber Optics ทั้งนี้ดีมานด์ของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นเป็นไปตามกลยุทธ์ของบริษัทฯที่กำหนดไว้ให้มีการกระจายตัวของกลุ่มผลิตภัณฑ์ และเน้นผลิตสินค้าที่มาร์จิ้นสูงเป็นหลัก โดยมีกำไรขั้นต้นจำนวน 88.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.99 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 18.86% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากการบริหารต้นทุนการผลิตของบริษัทมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการทั้งปี 2562 คาดว่ามีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากปีที่ผ่านมา บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 2,400 ล้านบาท หรือเติบโต 40% เนื่องจากมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่องทั้งลูกค้าเก่าและใหม่ โดยปัจจัยหลักๆ เป็นผลมาจากการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจใหม่ การเดินหน้าขยายฐานลูกค้าในต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอเมริกาตอนเหนือ แคนาดา ยุโรป เป็นต้น รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นดี ส่งผลให้บริษัทได้รับคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) จากทั้งลูกค้าเดิมและใหม่เข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3004608

Related links

โตโยต้าประกาศสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แห่งแรกในเมียนมา

บริษัทโตโยต้า ผู้ผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นกล่าววันนี้ว่า จะเปิดโรงงานผลิตรถยนต์แห่งแรกในเมียนมา ในขณะที่ตลาดรถยนต์ในเมียนมากำลังเติบโตและรัฐบาลเพิ่มอัตราภาษีนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศ

โตโยต้ากล่าวว่า ทางบริษัทวางแผนที่จะผลิตรถโตโยต้ารุ่นไฮลักซ์ ที่โรงงานแห่งใหม่นี้ โดยจะเริ่มการผลิตในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2021 และจะลงทุนอีกเป็นมูลค่า 52.6 ล้านดอลลาร์ในโรงงานที่อยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษนอกเมืองย่างกุ้ง แต่ปริมาณการผลิตยังค่อนข้างน้อย เนื่องจากมีแผนการจะผลิตรถยนต์ไฮลักซ์ปีละ 2,500 คัน

โตโยต้าประกาศเรื่องโรงงานแห่งใหม่ในเมียนมา หลังจากที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์อื่น ๆ ได้ก่อสร้างโรงงานในเมียนมาไปแล้ว อย่างเช่น ซูซูกิ นิสสันและฟอร์ด รัฐบาลเมียนมาเริ่มประกาศใช้ข้อจำกัดเรื่องรถยนต์นำเข้าเมื่อปี 2017 ในขณะที่รถยนต์มีราคาลดลงทำให้ตลาดรถยนต์ในเมียนมาขยายตัว รถยนต์ใหม่เป็นจำนวนมากที่ผลิตในประเทศ สมาคมยานยนต์เมียนมากล่าวว่า การประกาศของโตโยต้าในเรื่องนี้สร้างความประหลาดใจ แต่ก็ยินดีกับข่าวนี้ รถยนต์ของโตโยต้า ได้รับความนิยมในเมียนมาแต่ส่วนใหญ่ที่อยู่ในท้องถนนเป็นรถยนต์มือ 2.-สำนักข่าวไทย

ที่มา https://tna.mcot.net/view/gd0eHGQNz

Related links

สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานลพบุรี ดำเนินการฝึกอบรม หลักสูตรยกระดับ สาขาช่างเชื่อมอาร์คโลหะด้วยมือ ระดับ1

สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานลพบุรี ดำเนินการฝึกอบรม หลักสูตรยกระดับ สาขาช่างเชื่อมอาร์คโลหะด้วยมือ ระดับ1 ระหว่างวันที่ 10 – 14 มิถุนายน 2562 จำนวน 30 ชั่วโมง ให้แก่ผู้ปฏิบัติงานด้านเชื่อมโลหะ ของสถานประกอบกิจการ บริษัท อุตสาหกรรมน้ำตาล ที.เอ็น. จำกัด จำนวน 20 คน ตามโครงการ เพิ่มศักยภาพแรงงานรองรับ Thailand 4.0 กิจกรรม เพิ่มศักยภาพแรงงานเตรียมเข้าสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายและอนาคต ณ อาคารฝึกงานช่างเชื่อมไฟฟ้า สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานลพบุรี

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3002864

Related links

สศอ. ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ประกาศความพร้อม Robotics Cluster Pavilion

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมผนึกกำลังทุกภาคส่วน แถลงขยายผลมาตรการขับเคลื่อนการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เพื่อยกระดับผลิตภาพของเศรษฐกิจไทย และความพร้อมของ Robotics Cluster Pavilion ในงาน แมนูแฟกเจอริ่ง เอ็กซ์โป 2019 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-22 มิถุนายน 2562 ณ ไบเทค บางนา พร้อมเปิดตัว Industrial Transformation Platform (ITP) แพลตฟอร์มดิจิทัล เชื่อมโยงผู้ประกอบการ ธนาคาร และผู้ให้บริการออกแบบระบบ (System Integrator: SI) พร้อมรวบรวมมาตรการส่งเสริมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้ในจุดเดียว ( One Stop Service)

ดร.ณัฐพล รังสิตพล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เผยมาตรการสนับสนุนการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (Robotics & Automation) โดยร่วมกับหน่วยงานภาคเอกชนจัดโครงการ Robotic Cluster Pavilion จุดประสงค์หลัก เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงมาตรการสนับสนุนต่าง ๆ ที่มีอย่างครบวงจรในจุดเดียว เริ่มต้นจากการขอรับการส่งเสริมการลงทุน การขอรับคำปรึกษา การประเมินความพร้อมและความคุ้มค่าในการลงทุน การจัดหาแหล่งเงินทุนและเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ รวมถึงการจับคู่ธุรกิจกับ System Integrator (SI) ซึ่งกิจกรรมนี้จัดขึ้นเป็นปีที่สอง โดยในปีที่ผ่านมามีผลตอบรับจากนักลงทุนและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่าง ๆ เป็นอย่างดี

ในปีนี้ กิจกรรมต่าง ๆ ภายในงานจะเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ผู้ประกอบการทุกขนาดสามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ของกระทรวงอุตสาหกรรม เช่น ระบบ I-industry และระบบ Single Form ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการขออนุมัติ/อนุญาตกับกระทรวงอุตสาหกรรม การขอรับบริการจากศูนย์ Industrial Transformation Center (ITC) ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม รวมถึงการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI และสมัครเข้าโปรแกรมสนับสนุนด้านเทคโนโลยีจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) นอกจากนี้ ยังมีธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ เข้าร่วมนำเสนอโปรแกรมสินเชื่อ ได้แก่ SME Bank ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย

ปี 2562 สศอ. ตั้งเป้าที่จะขยายผลการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติไปสู่ SMEs ในอุตสาหกรรม ต่าง ๆ ทั่วประเทศมากขึ้น เช่น อุตสาหกรรมเกษตร โดยมุ่งหวังให้เป็นเครื่องมือสำหรับเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนเพื่อดำเนินการ Smart farming โดยสถาบันไทย-เยอรมันได้เริ่มนำร่องในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 (อุบลราชธานี ศรีษะเกษ ยโสธร และอำนาจเจริญ) เพื่อสนับสนุนการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร เช่น การสนับสนุน Smart module เช่น ระบบเซ็นเซอร์ในการวัดตัวแปรหรือพารามิเตอร์ต่าง ๆ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการประเมินปัจจัยการผลิตอย่างคุ้มค่า ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรในระยะยาว รวมถึง มุ่งเป้าในการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานจำนวนมาก เช่น อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร และอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น

รศ.ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เผยความคืบหน้าแผนพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เป้าหมายระยะกลาง 5 ปี (ภายในปี 2564) ยกระดับเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนและมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ด้วยการลงทุนขยายตัว 2 แสนล้านบาท และการใช้หุ่นยนต์ในโรงงานมากกว่า 50 % / ระยะยาว 10 ปี (ภายในปี 2569) ไทยเป็นผู้นำในการผลิตและการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในอาเซียน โดยมีเทคโนโลยีเป็นของตนเองและส่งออกหุ่นยนต์

นายสมหวัง บุญรักษ์เจริญ ผู้อำนวยการสถาบันไทย-เยอรมัน และประธานคณะกรรมการศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (CoRE) แถลงผลการดำเนินงานหน่วยงาน CoRE ในปี 2561-2562 โรงงานจำนวน 229 โรงงาน ได้ปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต / ผู้ประกอบการจำนวน 65 บริษัทได้รับการส่งเสริมการลงทุนมูลค่ารวม 9,641 ล้านบาท และมีผู้ขอสินเชื่อ SME เพื่อปรับระบบรวม 20 ราย มูลค่ารวม 123.5 ล้านบาท / SI (System Integrator) ได้รับการอบรมและพัฒนาจำนวน 100 คน / ต้นแบบหุ่นยนต์ ได้รับการพัฒนามากถึง 5 ต้นแบบ สมาชิกหน่วยงานเครือข่าย จำนวน 15 แห่ง รวมถึงบุคลากรหรือผู้ใช้ จำนวนทั้งสิ้น 610 คน ก็ได้รับการฝึกอบรมและพัฒนาตามโปรแกรม

นายชัยพล มหามงคลสวัสดิ์ กรรมการบริหารฝ่ายจัดงานของสมาคมผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย (TARA) เผยจำนวนผู้ให้บริการออกแบบระบบ (System Integrator: SI) ที่มีศักยภาพ ณ ปัจจุบัน มีจำนวน 110 ราย โดย TARA ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 200 ราย ภายในสิ้นปีนี้ กิจกรรมพิเศษใน Robotics Cluster pavilion แสดงไลน์การผลิต 4.0 สำหรับ SME ด้วยการเชื่อมโยงการทำงานของเครื่องจักรเข้าด้วยกัน พร้อมให้คำปรึกษาและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญของสมาคมแก่ผู้ประกอบการที่มีความสนใจ หรือความต้องการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและเทคโนโลยี

อีกหนึ่งไฮไลท์ของ Robotics Cluster Pavilion ภายในงาน แมนูแฟกเจอริ่ง เอ็กซ์โป พร้อมเปิดตัว “Industrial Transformation Platform” ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรสำคัญ คือ หน่วยงานโรโบติกส์ เอไอ แอนด์ อินเทลลิเจนท์ โซลูชั่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (CoRE) เพื่อสร้าง Ecosystem ใหม่ของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ โดยเชื่อมโยงการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างครบวงจร และปรับปรุงกระบวนการทำงานจากเดิมที่แต่ละหน่วยงานทำงานแบบแยกส่วน เปลี่ยนผ่านเข้าสู่การทำงานร่วมกันบน Cyber Platform ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจและแก้ไขกระบวนการที่เป็นปัญหา (Pain point) ของผู้ประกอบการได้อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่การขอรับการสนับสนุนจากภาครัฐ การขอสินเชื่อเพื่อซื้อเครื่องจักรจากธนาคาร การเลือกหา SI ที่มีศักยภาพการประเมินความคุ้มค่าในการลงทุนจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตด้วยหุ่นยนต์ หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น โดยมีการเชื่อมโยงกับฐานข้อมูล I-industry และ single form ของกระทรวงอุตสาหกรรม / ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถลงทะเบียนจองสิทธิขอรับบริการ Cyber Industrial Platform ผ่านทางเวปไซต์ของงาน แมนูแฟกเจอริ่ง เอ็กซ์โป

ดร.พิชัยรัตน์ จิรานันรัตน์ ผู้อำนวยการโครงการ โรโบติกส์ เอไอ แอนด์ อินเทลลิเจนท์ โซลูชั่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการมุ่งเน้นความสำคัญกับการพัฒนากลไกและสร้างสภาพแวดล้อมโดยใช้เทคโนโลยีทางด้านวิทยาการหุ่นยนต์ รวมถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ในการบูรณาการและสนับสนุนในการขับเคลื่อน Industrial Transformation ไปสู่ Industry 4.0 ของประเทศไทย โดยกลไกลนี้มีรูปแบบการให้บริการแบบ One-Stop Service และเป็นตัวช่วยอำนวยความสะดวกให้กับทุกภาคส่วน ผ่านการเชื่อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลากหลายหน่วยงานด้วยกัน เช่น System Integrator ธนาคารในการจัดหาเงินทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) และศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในประเทศไทย (CoRE) เป็นต้น

นายสุทธิศักดิ์ วิลานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ จำกัด เผยถึงการจัดงานแมนูแฟกเจอริ่ง เอ็กซ์โป 2019 (เอ็มอี) ว่า งานแสดงสินค้าเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการผลักดันเทคโนโลยีสู่กลุ่มอุตสาหกรรม เพราะนอกจากผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสถึงสมรรถนะของเทคโนโลยีใหม่ ๆ แล้ว ผู้จัดแสดงก็มีการจัดรายการส่งเสริมการขายทั้งราคาและการบริการที่มากกว่าปกติ ซึ่งผู้เข้าชมงานสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างของแต่ละสินค้าได้ ทั้งยังเป็นเวทีที่สำคัญในการให้องค์ความรู้เพื่อประกอบการตัดสินใจ

กิจกรรมสัมมนา เจาะลึกขั้นตอนการขอรับสิทธิการลงทุน แนะนำการใช้งาน Industrial Transformation Platform เพื่อหาโซลูชั่นส์ที่เหมาะสมกับความพร้อมและงบประมาณ พร้อมจับคู่ SI พบตัวอย่าง Startup และรับฟังประสบการณ์ความสำเร็จ ที่จะมาแชร์วิธีคิดและวิเคราะห์ประกอบการการตัดสินใจจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมมาตรการตัวจริง

การจัดงานแมนูแฟกเจอริ่ง เอ็กซ์โป มหกรรมเทคโนโลยีและโซลูชั่น เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมและการผลิต ระหว่างวันที่ 19-22 มิถุนายน 2562 ณ ไบเทค บางนา มีบริษัท เข้าร่วมจัดแสดงกว่า 500 บริษัท 2,400 แบรนด์ จาก 46 ประเทศ ครอบคลุม 7 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมพลาสติก แม่พิมพ์และการขึ้นรูป เทคโนโลยีการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติและการประกอบ การเคลือบและเตรียมพื้นผิว การรับช่วงการผลิต

โดยมีกลุ่มเทคโนโลยีด้านระบบอัตโนมัติและการประกอบ เข้าร่วมแสดงกว่า 95 บริษัท มีแบรนด์หุ่นยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศรวมกว่า 27 แบรนด์ ซึ่งนับว่ามากที่สุดในภูมิภาค โดยใช้พื้นที่การจัดงานกว่า 46,000 ตารางเมตร คาดว่าตลอดทั้ง 4 วันจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 95,000 คน

Facebook
Twitter
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สศอ. ผนึกกำลังทุกภาคส่วนประกาศความพร้อม Robotics Cluster Pavilion ยกระดับผลิตภาพอุตสาหกรรมไทย
ภาพข่าว: อสมท ร่วมกับ ปตท. จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ MCOT – ABU ชิงชนะเลิศประเทศไทย ประจำปี 2562
‘วรีมน ปุรผาติ’ทิ้งลิปสติก มาสร้างหุ่นยนต์
ยืนหนึ่ง!! ทีมลูกเจ้าแม่คลองประปา DPU กวาดรางวัลแชมป์และรองแชมป์หุ่นยนต์ ส.ส.ท.ปี62
ส.ส.ท. จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ประจำปี 2562 เฟ้นหาสุดยอดเยาวชน นักนวัตกรรมหุ่นยนต์
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง
BOT สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ไบเทค บางนา หุ่นยนต์ มาตรการ เศรษฐกิจไทย ประกาศ CS

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/2999855

Related links

กสอ. โชว์ศักยภาพผู้ประกอบการอุตฯ อาหาร ในงานมหกรรมอาหาร

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) โชว์ศักยภาพผู้ประกอบการ อุตสาหกรรมอาหารในงาน “DIP Feel Food เทศกาลพาชิม พาชอป” พร้อมเดินหน้ามุ่งเน้นส่งเสริม การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีแปรรูปอาหาร เพิ่มมูลค่าสินค้า ผลักดันคุณภาพมาตรฐาน ขยายฐานตลาดสู่สากล คาดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารไทยในปี  พ.ศ. 2562 ตามข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์ มีแนวโน้มจะขยายตัวเพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.5 ขณะที่ราคาสินค้าอาหารโดยเฉลี่ย (วัดจากราคาผู้ผลิต) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 0.5 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้การผลิตอุตสาหกรรมอาหารไทยในปีนี้มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น คือ การที่ผู้ประกอบการไทยขยายการลงทุนและนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งสอดรับกับการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคในปัจจุบัน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เป็นอีกหน่วยงานที่ให้ความสำคัญในการพัฒนาส่งเสริมศักยภาพ  และยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย รวมถึงมุ่งเน้นการเพิ่มผลิตภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์อาหารโดยใช้วัตถุดิบภายในประเทศที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก และสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล โดยได้ดำเนินงานผ่านโครงการ/กิจกรรมต่าง ๆ มากมาย เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปด้วยเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม การพัฒนาระบบมาตรฐานในอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปสู่สากล รวมถึงการเตรียมพร้อมขอรับรองมาตรฐานสากล การสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้เกิดการเพิ่มโอกาสขยายช่องทางตลาดธุรกิจอาหารแปรรูป โดยเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพไปจัดแสดงสินค้าและจับคู่ธุรกิจ (Business Matching)  ณ งานจัดแสดงสินค้าอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปนานาชาติในต่างประเทศอีกด้วย

สำหรับการจัดงานมหกรรมอาหาร “DIP Feel Food เทศกาลพาชิม พาชอป” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 7 มิถุนายน พ.ศ. 2562 โดยมีผู้ประกอบการร้านค้าที่เคยเข้ารับการอบรม ส่งเสริม สนับสนุน จาก กสอ.ผ่านโครงการต่าง ๆ จำนวนกว่า 50 ร้าน มาร่วมออกบูทจำหน่ายสินค้า โดยแบ่งเป็นอาหารแปรรูปจากผักและผลไม้ อาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ เช่น ผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปจากกลุ่ม TAF (Thai SMEs Agri – Food Cluster) อาหาร-เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เช่น ไส้กรอกอีสานไขมันต่ำ ว่านหางจระเข้ผสมน้ำผลไม้ น้ำผักผลไม้ปั่นสกัดเย็น ขนมไทย ไกลหวาน ฯลฯ และยังมีอาหารปรุงสด และคาราวานฟู้ดทรัคที่นำอาหารนานาชนิดมาจำหน่ายหมุนเวียนตลอด 4 วัน ทั้งนี้ คาดว่าจะมีเงินสะพัดภายในงานไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท นายกอบชัยกล่าวทิ้งท้าย

ผู้ที่สนใจสามารถมาเลือกซื้อ เลือกชิม เลือกชอป ได้ที่ ห้องนิทรรศการและบริเวณลานจอดรถ ชั้น 1  อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 ราชเทวี ตั้งแต่เวลา 08.30 – 15.00 น.

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/2998280

Related links

K-Startup Grand Challenge

หน่วยงานสนับสนุนอุตสาหกรรมไอทีแห่งชาติเกาหลีใต้ หรือ NIPA ประกาศเชิญชวนให้ธุรกิจสตาร์ทอัพสมัครเข้าร่วมโครงการ K-Startup Grand Challenge (“KSGC or KSGC 2019”) ประจำปี 2562 โดยโครงการ KSGC ที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2559 เป็นโครงการที่สนับสนุนโดยรัฐบาลเกาหลีใต้ ซึ่งดูแลและจัดการร่วมกันกับหน่วยงาน อื่นๆ อีกมากมาย โดยกระทรวงเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ ตลอดจนหน่วยงานสนับสนุนอุตสาหกรรมไอทีแห่งชาติเกาหลีใต้ หรือ NIPA โดยมีวัตถุประสงค์ในการประชาสัมพันธ์การขยายการเติบโตของการเปิดระบบการเป็นผู้ประกอบการในเอเชีย

คุณสมบัติของธุรกิจสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการมีดังนี้ สมัครได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2562 http://kicc.sg/kstartupgc-2019/ ผู้สมัครต้องเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีอายุน้อยกว่า 7 ปี หรือเคยเป็นผู้ประกอบการมาก่อน ซึ่งต้องเป็นผู้ที่ถือสัญชาติต่างชาติหรือเป็นชาวเกาหลีที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ.

ที่ : https://www.ryt9.com/s/tpd/2996978

Related links